อิสราเอล-เลบานอน: ชาวอิสราเอลรู้สึกอย่างไรต่อประกาศหยุดยิงในเลบานอนของทรัมป์
การประกาศหยุดยิงในเลบานอนโดยประธานาธิบดีทรัมป์สร้างความsurprise ให้กับชาวอิสราเอลจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสียงไซเรนยังคงดังขึ้นในเมืองทางตอนเหนืออย่างนาฮาริยากลางดึกก่อนข้อตกลงมีผล เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น จรวดจากเลบานอนพุ่งเข้าใส่พื้นที่ของอิสราเอล ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อยสามราย รวมถึงสองรายที่อาการสาหัส แม้กองกำลังอิสราเอลจะสกัดกั้นได้ทัน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงtension ที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะที่ข้อตกลงกำลังถูกประกาศ
หลายเสียงในพื้นที่แสดงความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล โดยกัล นักศึกษาจากนาฮาริยากล่าวว่าgovernment เหมือนกำลังหลอกประชาชน ทั้งที่เคยสัญญาว่าครั้งนี้จะเป็นการสู้รบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ถาวร แต่กลับจบลงด้วยข้อตกลงที่ไม่ได้แก้ต้นตอปัญหา มาออร์ คนขับรถบรรทุกที่บ้านถูกโจมตีเมื่อปีก่อน กล่าวว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่ยอมปลดอาวุธ และหากอิสราเอลไม่ดำเนินการ ไม่มีใครจะทำแทน แม้กองทัพจะยังคงรุกคืบในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่การหยุดยิงครั้งนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่าความprogress ที่อาจเกิดขึ้นได้หายไป
ข้อมูลที่รั่วไหลจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงเผยให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกประชุมฉุกเฉินเพียง 5 นาทีก่อนประกาศ ซึ่งแม้แต่สมาชิกในรัฐบาลเองก็ไม่ได้รับสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจที่ดูเหมือนถูกpressure จากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ กาดี ไอเซนคอต อดีตเสนาธิการกองทัพ ระบุว่า รูปแบบนี้สะท้อนให้เห็นว่าอิสราเอลถูกบีบให้ยอมรับข้อตกลงในกาซา อิหร่าน และตอนนี้ในเลบานอน โดยที่ผู้นำไม่สามารถเปลี่ยนความสำเร็จทางทหารให้เป็นผลลัพธ์ทางการทูตได้
ในขณะที่เนทันยาฮูกล่าวว่าข้อตกลงนี้อาจเปิดทางสู่peace ครั้งประวัติศาสตร์กับเลบานอน เขาก็ชี้ชัดว่าไม่ยอมรับเงื่อนไขของฮิซบอลเลาะห์ทั้งสองข้อ ได้แก่ การถอนกำลังทหาร และหลักการ "ความสงบแลกความสงบ" อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหยุดยิงยังคงให้อิสราเอลสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ทุกรูปแบบหากเห็นว่ามีภัยคุกคาม ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะมีการประกาศยุติการสู้รบ แต่ความrisk ที่จะปะทุขึ้นอีกยังคงอยู่ และชาวอิสราเอลจำนวนมากยังคงมองว่าข้อตกลงนี้เป็นผลมาจากแรงกดดันจากกรุงวอชิงตัน มากกว่าผลประโยชน์ของชาติของตนเอง
คนทางเหนืออิสราเอลเขาอยู่กับความกลัวทุกวัน แล้วมาบอกว่าให้หยุดยิงเพื่อผลประโยชน์ทางการทูต มันไม่แฟร์เลยcost ต้นทุนทั้งหมดตกอยู่กับประชาชน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ออกมากล่าวเรื่องข้อตกลงโดยไม่ฟังเสียงของอิสราเอล แสดงว่าผลประโยชน์ของalliance พันธมิตรสำคัญกว่าเสียงของประชาชนที่ต้องอยู่กับระเบิด
แค่ดูจากที่ประชุมเรียก 5 นาทีก่อนประกาศ ก็รู้แล้วว่าไม่มีการวางแผนอย่างจริงจัง นี่คือการยอมตามdemand ข้อเรียกร้องของอเมริกาอย่างหมดรูป
แล้วประชาชนในเลบานอนล่ะ เขาก็ต้องการกลับบ้านเหมือนกัน รถติดเต็มถนนหลังหยุดยิง อย่างน้อยก็ได้กลับไปดูบ้านตัวเองrelief ความโล่งใจบ้าง
ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลงทุกที ถ้าไม่สามารถตัดสินใจเองได้ แล้วจะให้ประชาชนเชื่อได้อย่างไรtrust ความเชื่อมั่นคือสิ่งที่สูญเสียไปมากที่สุด
แล้วถ้าฮิซบอลเลาะห์เริ่มยิงอีก ข้อตกลงนี้จะยังมีผลหรือเปล่า หรือจะบอกว่าเป็นแค่ 'ช่วงพักหายใจ' อีกครั้งwarning คำเตือนจากเหตุการณ์ก่อนหน้าชัดเจนอยู่แล้ว