สหรัฐเร่งเกมสันติภาพ ดันอิสราเอล-เลบานอนเปิดโต๊ะเจรจาครั้งแรกในรอบ 30 ปี
สหรัฐเร่งผลักดันpeace ครั้งประวัติศาสตร์ โดยผลักดันให้อิสราเอลและเลบานอนเปิดโต๊ะเจรจาโดยตรงในวันพฤหัสบดีนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดที่ลุกลามจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล จนทำให้เลบานอนถูกดึงเข้าสู่วงวัฏจักรความรุนแรงที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า สหรัฐกำลังพยายามสร้างspace ให้ทั้งสองฝ่าย พร้อมย้ำว่าผู้นำอิสราเอลและเลบานอนไม่ได้พูดคุยกันโดยตรงมานานกว่าสามทศวรรษ การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมระดับสูงแบบไตรภาคีระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และเลบานอน ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่ปี 1993 ทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องให้เดินหน้าหารือเพื่อเปิดทางสู่การพูดคุยอย่างเป็นทางการ
เป้าหมายของสหรัฐไม่ใช่เพียงการบรรลุข้อตกลงชั่วคราว แต่ต้องการผลักดันให้เกิดlong-term ที่เหนือกว่าข้อตกลงปี 2567 ซึ่งเคยล่มลงหลังเฮซบอลเลาะห์กลับมาโจมตีอิสราเอลในเดือนมีนาคม ส่งผลให้การโจมตีขยายตัวจากชายแดนไปยังกรุงเบรุต โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และประชาชนกว่าหนึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น ความเสียหายทางมนุษยธรรมจึงกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ผลักดันให้ต้องมีการพูดคุย
อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่างยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน อิสราเอลเรียกร้องให้เลบานอนdisarm กลุ่มเฮซบอลเลาะห์ทั้งหมด ในขณะที่เลบานอนต้องการให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากดินแดนของตนตามข้อตกลงเดิม อิหร่านเองก็ตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าความพยายามเจรจาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออิสราเอลยุติการโจมตี และสหรัฐปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อต้นเดือน แต่ความชัดเจนเรื่องขอบเขตการคุ้มครองในเลบานอนยังคงคลุมเครือ ทำให้trust ระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ยังเปราะบางอย่างมาก
การเจรจาครั้งนี้อาจช่วยลดviolence ความรุนแรงชั่วคราวได้ แต่ถ้าไม่จัดการต้นตอของความขัดแย้ง ก็คงยืดเยื้ออีก
30 ปีที่ไม่มีการพูดคุยโดยตรง แล้วคิดว่าจะตกลงกันได้ในไม่กี่วันเหรอ ดูเหมือนแค่ทำภาพลักษณ์มากกว่า
สหรัฐพยายามแสดงบทบาทผู้นำ แต่แท้จริงแล้วก็ต้องแบลนซ์ผลประโยชน์ของตัวเองกับพันธมิตรในตะวันออกกลางด้วย
คนที่เดือดร้อนที่สุดคือชาวบ้านที่ต้องหนีตาย ขอให้การเจรจาครั้งนี้จริงใจบ้าง ไม่ใช่แค่เล่นเกมpolitics การเมือง
ข้อเรียกร้องทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะไม่สามารถประนีประนอมกันได้เลย แล้วจะเจรจาไปเพื่ออะไร
แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่ถ้าไม่มีกลไกตรวจสอบร่วม ก็ยากที่จะรักษาceasefire หยุดยิงให้ยั่งยืน