กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.30-33.00 จับตาภูมิรัฐศาสตร์-เงินเฟ้อสหรัฐฯ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาคาดการณ์ว่าในสัปดาห์นี้market การเงินจะเผชิญกับpressure จากปัจจัยภายนอกหลายด้าน โดยเฉพาะความตึงเครียดทางgeopolitics และข้อมูลinflation ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ
เงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30 ถึง 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 32.60 หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างยูโรและเยน ขณะที่volatility ในexchange rate ถูกกระตุ้นจากถ้อยแถลงของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่าสหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านในไม่กี่สัปดาห์ แต่ก็ยังทิ้งช่องให้เกิดnegotiation ได้หากอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นักลงทุนต่างชาติขายสินทรัพย์ไทยทั้งหุ้นและพันธบัตรสุทธิรวมกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงrisk ที่เพิ่มขึ้นและconfidence ที่ลดลงในสภาวะแวดล้อมที่ไม่แน่นอน โดยธนาคารกรุงศรีชี้ว่าความไม่สงบในตะวันออกกลางอาจกระทบต่อsupply พลังงานโลก และส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพกว้าง
ขณะเดียวกัน ข้อมูลinflation report ของสหรัฐฯ เดือนมีนาคมจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางinterest rate อนาคต โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่แก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากด้านอุปทาน และอาจทำลายdemand ภายในประเทศได้ ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาpolicy เพิ่มเติมหากจำเป็น
ถ้าราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจริงprice ราคาทุกอย่างในไทยก็คงตามสูงขึ้นด้วย แบบนี้ต้องรีบวางแผนการใช้จ่ายแล้วล่ะ
พูดเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ทีไร ตลาดก็ปั่นป่วนทุกที แต่สุดท้ายก็มักจะมีdeal ดีลออกมา กลัวแต่ว่าครั้งนี้อาจไม่เหมือนเดิม
ยิ่งไม่แน่นอนแบบนี้ ยิ่งควรเก็บเงินไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปซื้อของใหญ่ๆ เพราะcost ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นเร็วมาก
ต่างชาติขายสุทธิขนาดนี้ แสดงว่าเขาเห็นrisk ความเสี่ยงจริงๆ ไม่ใช่แค่พูดเล่นไปวันๆ
ถ้าเศรษฐกิจโลกชะลอตัวตามที่คาด แล้วการเติบโตของไทยลดลงอีก 0.7% งานนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ รัฐบาลควรเร่งresponse การตอบสนองให้ทันสถานการณ์
ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ สำคัญมาก เพราะมันจะบอกว่าเฟดจะทำอะไรต่อ ถ้าไม่ออกมาclear ชัดเจนก็อาจทำให้ตลาดสับสนอีก