โลกเข้าสู่ยุค ‘เงินเฟ้อเทคฯ’ ซัพพลายชิป ‘แห่ขึ้นราคา’
สงครามในตะวันออกกลางกำลังส่งผลต่อmarket เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า ‘inflation เทคฯ’ หลังต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ เช่น ฮีเลียมและก๊าซธรรมชาติ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ซัพพลายเชนชิปและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกตึงตัว ผู้ผลิตหลายรายเริ่มส่งหนังสือแจ้งขึ้นราคา ขณะที่บางชิ้นส่วนเริ่มขาดแคลน ทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากcost และsupply
บริษัทชั้นนำอย่าง STMicroelectronics และ Murata Manufacturing ประกาศปรับขึ้นราคาชิ้นส่วน ทั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ เซนเซอร์ และตัวเหนี่ยวนำไฟฟ้า โดยให้เหตุผลเรื่องต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น Kingboard Laminates ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของโลก ก็แจ้งขึ้นราคาทั้งวัสดุและค่าดำเนินการถึง 10% ทันที ท่ามกลางความกังวลว่า ปัญหาจะลุกลามสู่ทุกส่วนของห่วงโซ่อุปทานดิจิทัล ไม่ใช่แค่ชิป แต่รวมถึงplastic , resin , และmetal ที่ใช้ร่วมกัน
ข้อมูลจาก SEMI ชี้ว่า บริษัทเกือบ 70% มองว่าrising costs เป็นปัญหาหลักในปีนี้ ในขณะที่ 35% เผชิญปัญหาส่งของล่าช้า โดยเฉพาะในชิ้นส่วนเฉพาะทาง เช่น เลเซอร์ EML และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่บางรายเผชิญเวลารอสินค้าเพิ่มจาก 6 สัปดาห์เป็น 6 เดือน สะท้อนวิกฤตที่ไม่ใช่แค่price แต่คือการขาดแคลนจริง ขณะที่ Unimicron และผู้ผลิตรายอื่นต่างทยอยขึ้นราคาต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025
แรงกดดันนี้กำลังถูกส่งต่อสู่ผู้บริโภคโดยตรง Asus เตรียมขึ้นราคาสินค้าใหม่ 25-30% โดยอ้างว่าชิ้นส่วนอย่าง RAM และ SSD ราคาพุ่งจาก 3,000 เป็นเกิน 20,000 ดอลลาร์ไต้หวันต่อชิ้น ขณะที่ Lite-On Technology ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ของ Nvidia ก็ต้องขึ้นราคาเช่นกัน ท่ามกลางstrong demand ที่ยังสูงในโครงสร้างพื้นฐาน AI ด้าน Topco Scientific คาดการณ์ว่า ปี 2026 จะเป็น “ปีแห่งต้นทุนขาขึ้น” ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เพื่อรับมือความเสี่ยงนี้ Taiwan Semiconductor Industry Association (TSIA) เรียกร้องให้รัฐบาลกักตุนก๊าซฮีเลียมและ LNG พร้อมสนับสนุนการเปิดnuclear power อีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมชิปสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อย่างเปิดเผย หลังถูกจำกัดโดยนโยบาย ‘เลิกใช้นิวเคลียร์’ มาก่อน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ได้สั่งเริ่มกระบวนการรีสตาร์ทโรงไฟฟ้า 2 แห่ง เพื่อความมั่นคงของdigital economy ที่พึ่งพาชิปเป็นหัวใจหลัก
แล้วพวกพีซีทั่วไปจะแพงอีกไหม ขนาดนี้ก็ซื้อยากแล้วprice ราคาขึ้นไม่หยุด
ปัญหานี้ไม่ใช่แค่สงคราม แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน การพึ่งพาพลังงานและก๊าซเฉพาะจุดเสี่ยงเกินไป
เครื่องใช้ไฟฟ้าก็คงต้องขึ้นราคาตาม แบบนี้ต้องเก็บเงินนานขึ้นอีกแล้วpressure แรงกดดันของคนธรรมดา
ซ่อมยากขึ้นทุกวัน ชิ้นส่วนรอเดือนกว่า กว่าจะได้ของมาซ่อมก็ลูกค้าเปลี่ยนใจไปแล้วsupply ของมาช้าจริงๆ
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์อาจได้ประโยชน์ระยะสั้น แต่market trust ความเชื่อมั่นในตลาดอาจลดถ้าปัญหาลากยาว
ฮีเลียมหายากขึ้นจริง ใช้ในงานผลิตชิปและแม้แต่เครื่อง MRI ในโรงพยาบาล ไม่ใช่แค่tech industry อุตสาหกรรมเทคเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ