เมื่อข่าวไม่ใช่อีเมล: 7 ความจริงที่เปลี่ยนวงการสื่อในปี 2567

ในยุคที่ข้อมูลไหลบ่าผ่านหน้าจอเร็วเกินกว่าความจริงจะทันติดตาม รายงานล่าสุดจากสถาบันรอยเตอร์ชี้ว่า วงการสื่อสารมวลชนกำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่สั่นคลอนด้วยแรงกดจากtechnology ความไม่เท่าเทียม และการเมืองโลก ปี 2567 ไม่ใช่แค่ปีแห่งข่าวปลอมหรือการปลดพนักงาน แต่คือปีที่ประชาธิปไตยและเสรีภาพสื่อถดถอยในหลายประเทศ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคข่าวก็เปลี่ยนที่มาของข่าวจากเว็บข่าวตรงไปยังplatform อย่าง TikTok และ WhatsApp อย่างไม่หวนกลับ

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือการเสื่อมลงของเว็บไซต์ข่าวในฐานะแหล่งข่าวหลัก: เพียงหนึ่งในห้าของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าใช้เว็บข่าวเป็นช่องทางหลัก ลดลงจากปี 2018 ถึงร้อยละ 10 ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์เริ่มแทรกซึมเข้าสู่กระบวนการผลิตข่าว สำนักข่าวใหญ่เพียงไม่กี่แห่งที่ได้ประโยชน์จากข้อตกลงกับบริษัทเอไอ ผู้ตอบแบบสอบถามถึงร้อยละ 48 เชื่อว่าสื่ออื่นจะได้เงินเพียงเล็กน้อย หากไม่ถูกเรียกว่าspam แล้ว เนื้อหาที่ผลิตโดยเอไอสร้างสรรค์อาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความน่าเชื่อถือของข่าวมากกว่าจะเป็นเครื่องมือช่วยงาน

แม้จะมีแสงริบหรี่เมื่อสัดส่วนบรรณาธิการหญิงเพิ่มขึ้นจาก 22 เป็น 24 เปอร์เซ็นต์ในรอบปี แต่ตัวเลขนี้ยังห่างไกลจากความเท่าเทียม หากแนวโน้มนี้ยังคงเดิม อาจต้องรอถึงปี 2074 จึงจะเห็นความเท่าเทียมทางเพศในห้องข่าว ขณะที่อีกด้านหนึ่ง มากกว่าครึ่งของเว็บข่าวชั้นนำใน 10 ประเทศเลือกblock บอตของ OpenAI ไม่ให้ดึงข้อมูลไปฝึกโมเดล สะท้อนความไม่ไว้วางใจในบริษัทเทคโนโลยีที่พยายามดูดเนื้อหาข่าวไปโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน แต่กลับมีเพียงร้อยละ 24 ที่ปิดกั้นบอตของ Google แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลในnegotiation อำนาจ

ในมุมมองของประชาชน กลับพบความขัดแย้งที่น่าสนใจ: ร้อยละ 27-29 มองว่าmedia สร้างความแตกแยกมากกว่าโซเชียลมีเดีย แม้ผู้คนจะใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางเสพข่าวหลัก แต่กลับโทษสื่อเป็นตัวตั้งต้นของความขัดแย้ง ในขณะที่นักการเมืองถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่แบ่งแยกสังคมสูงที่สุดถึงร้อยละ 55 ความเชื่อมั่นในข่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่การรับข่าวผ่านทีวีลดลงและโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น ทำให้คำถามใหญ่ผุดขึ้นว่า สำนักข่าวจะadapt อย่างไรท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลที่ไม่มีวันหยุดหมุน

อนาคตของข่าวยังมีอีกหลายด้านที่ต้องจับตา: จากบทบาทที่เพิ่มขึ้นของinfluencer สายข่าวอย่างโจ โรแกน ไปจนถึงการถูกแทรกแซงของรัฐบาลในอินเดีย อิตาลี และจอร์เจีย ที่อ้างว่าต่อต้านข่าวปลอม แต่กลับถูกมองว่าเป็นการควบคุมเรื่องราวทางการเมือง นักข่าวรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับตลาดงานที่หดตัว รายได้ต่ำ และความกดดันทางจิตใจ ขณะที่ผู้บริโภคก็ตั้งคำถามถึงคุณค่าของแพลตฟอร์มอย่าง X ภายใต้การนำของอีลอน มัสก์ที่ถูกแบนในบราซิล ทุกอย่างกำลังเปลี่ยน — และไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ข่าวที่ดีจะอยู่รอดได้อย่างไร

ปฏิกิริยา 8

  • เขียนเพื่อความจริง

    ถ้าความเชื่อมั่นของสาธารณะลดลงเรื่อยๆ สำนักข่าวควรเริ่มจากตัวเองก่อนไหม ไม่ใช่โทษแต่แพลตฟอร์ม

  • แม่บ้านออนไลน์

    ฟังดูหนักๆ จัง แต่เราก็แค่อยากได้ข่าวที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องovercomplicate เกินไป

  • ตาลุงข่าวดิจิทัล

    เคยฟังพ่อพูดว่า 'ข่าวทีวีกูยังเชื่อได้เลย' ตอนนี้พ่อไม่เปิดทีวีแล้ว หันไปดูยูทูบหมด

  • นักวิเคราะห์เงา

    ร้อยละ 24 ของบรรณาธิการเป็นผู้หญิง ฟังดูดี แต่ถ้าต้องรอถึงปี 2074 มันไม่ช้าเกินไปหรือความเท่าเทียมควรมีเร็วกว่านี้

  • ช่างกลคนขี้สงสัย

    เอไอจะมาทำข่าวแทนนักข่าวเหรอ แล้วเวลาเกิดข่าวด่วนล่ะ ไปถามchatbot เหรอ

  • สายกลาง

    ไม่แปลกที่สื่อจะถูกมองว่าแบ่งแยก เพราะหลายสำนักก็ไม่กลางๆ เอง ชอบเลือกข้าง

  • ตาดีได้เห็น

    พอ X โดนแบนในบราซิล ก็เริ่มเห็นแล้วว่า แพลตฟอร์มใหญ่ก็ไม่ใช่จะอยู่ได้ตลอด

  • คนติดข่าว

    ถึงแม้เราจะดูข่าวจากsocial media แต่เราก็รู้ว่าข่าวจริงต้องดูจากที่ไหน

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]