ช็อก! รพ.รัฐปากีสถานใช้เข็มซ้ำ ทำเด็ก 331 คนติดเชื้อ HIV แต่ยังปฏิเสธความรับผิด
เหตุการณ์สะเทือนขวัญในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งของปากีสถาน ถูกเปิดโปงหลังพบว่ามีเด็กกว่า 331 คนติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มฉีดยาซ้ำ และการดูแลสุขอนามัยที่ผิดวิธีอย่างร้ายแรง รายงานการสืบสวนจากบีบีซีชี้ให้เห็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้ออย่างชัดเจน ทั้งการใช้อุปกรณ์ร่วมกันโดยไม่ฆ่าเชื้อ และการทิ้งของเสียติดเชื้ออย่างไม่ระมัดระวัง
จุดเริ่มต้นของความผิดปกติเกิดขึ้นในเมืองตันซา ช่วงปลายปี 2024 เมื่อแพทย์ท้องถิ่นสังเกตเห็นจำนวนเด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นผิดปกติ และพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เคยรับการรักษาที่โรงพยาบาลเดียวกัน แม้ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะไม่ได้ติดเชื้อ แต่เด็กเหล่านี้กลับติดเชื้อ สะท้อนว่าrisk มาจากสภาพแวดล้อมในสถานพยาบาลโดยตรง
ทีมข่าวบีบีซีแอบถ่ายภาพภายในโรงพยาบาลกว่า 32 ชั่วโมง พบภาพที่น่าตกใจ เช่น การฉีดยาผ่านเสื้อผ้าโดยไม่สวมถุงมือ หรือการใช้ขวดยาร่วมกันที่ปนเปื้อนเลือด ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยาชี้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้สร้างpressure ต่อระบบสาธารณสุข และเพิ่มโอกาสการแพร่เชื้อquickly โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง
แม้มีหลักฐานชัดเจน แต่ผู้บริหารโรงพยาบาลและแพทย์ที่เกี่ยวข้องกลับrefuse ความรับผิด โดยอ้างว่าภาพที่เผยแพร่อาจถูกจัดฉาก หรือเกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาที่พวกเขาเข้ารับตำแหน่ง ขณะที่เด็กบางคนต้องสูญเสียพี่น้องจากโรค หรือต้องเผชิญกับการถูกตีตราทางสังคม ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความผิดของบุคคล แต่สะท้อนถึงsystemic failure ทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ และการกำกับดูแลที่ไร้ประสิทธิภาพ
แค่คิดว่าเด็กต้องติดเชื้อจากโรงพยาบาลที่ควรจะรักษาชีวิต ก็รู้สึกheartbreaking เจ็บปวดแล้ว
การใช้เข็มซ้ำในปี 2025 นี่มันไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้ง แต่คือความล้มเหลวของmedical ethics จริยธรรมทางการแพทย์อย่างชัดเจน
แล้วเราจะไว้ใจโรงพยาบาลได้อีกไหมถ้าแม้แต่สถานพยาบาลรัฐยังทำแบบนี้ ความเชื่อมั่นของประชาชนกำลังerode สั่นคลอน
อ้างว่าภาพถูกจัดฉาก? แล้วเด็ก 331 คนติดเชื้อพร้อมกันโดยไม่มีพ่อแม่ติดเนี่ย มันจัดฉากกันได้ยังไง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องสุขอนามัย แต่คือการขาดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง
ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงจริงจัง ปัญหานี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน ต้องมีplan แผนชัดเจนในการตรวจสอบทุกโรงพยาบาล