ดาวโจนส์บวกต่อ! หุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ รับข่าวหยุดยิงตะวันออกกลางหนุนตลาด
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวกอีกครั้ง พร้อมทำnew หลังนักลงทุนตอบรับข่าวความคืบหน้าด้านการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวในตะวันออกกลาง โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 48,578.72 จุด เพิ่มขึ้น 0.24% ส่วนดัชนี S&P 500 และแนสแด็ก ก็ปรับตัวขึ้นตามกันทั้งหมด สะท้อนถึงmarket ที่เริ่มมีความหวังต่อเสถียรภาพของภูมิภาค แม้จะยังมีrisk จากระดับต้นทุนพลังงานที่ยังสูงอยู่
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของตลาดไม่ได้ขับเคลื่อนเพียงด้วยข่าวสันติภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับแรงหนุนจากpressure ที่ลดลงต่อเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลาง (เฟด) อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า ทั้งนี้ ความคาดหวังดังกล่าวสะท้อนชัดในราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นreport ล่าสุด ขณะที่นักลงทุนหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ในยุโรป ตลาดตอบสนองแบบผสมผสาน โดยดัชนี STOXX 600 ปิดทรงตัว แม้ข้อมูล GDP ของอังกฤษจะออกมาดีกว่าคาด แต่เงินเฟ้อในยูโรโซนยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังเต็มไปด้วยuncertainty นักลงทุนจึงยังคงระมัดระวัง ไม่รีบเข้าลงทุนขนาดใหญ่ แม้จะมีสัญญาณบวกจากความพยายามสร้างสันติภาพก็ตาม
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลต่อsupply และprice น้ำมันโลก โดยเฉพาะน้ำมันดิบเบรนท์ที่ปิดเกือบ 99.40 ดอลลาร์ ความผันผวนนี้ทำให้แม้จะมีข่าวหยุดยิง แต่public trust ต่อเสถียรภาพด้านพลังงานยังคงเปราะบาง และอาจกลายเป็นแรงถ่วงสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ตลาดดูดีขึ้นจริง แต่cost ต้นทุนของคนทั่วไปยังไม่ลดลงนะ ราคาน้ำมันใกล้ 100 แล้ว แบบนี้จะเรียกฟื้นตัวได้จริงเหรอ
ดูเหมือนofficial ฝ่ายการเมืองจะใช้ข่าวหยุดยิงดันตลาดขึ้นก่อนเลือกตั้ง ระวังแรงต้านจากความเป็นจริงด้านเศรษฐกิจล่าง
trust ความเชื่อมั่นของผมยังต่ำอยู่ ข่าวดีวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจกลับตัวได้ ถ้าอิหร่านไม่เซ็นดีล
ทองขึ้น น้ำมันขึ้น ดอลลาร์แข็ง แล้วเงินเดือนใครขึ้นบ้างไหม หุ้นขึ้นก็แค่คนมีตังค์ดีใจimpact ผลกระทบต่อคนทั่วไปเป็นศูนย์
นี่แหละคือreality ความจริงของตลาดทุน ข่าวดีเล็กๆ ก็พากันวิ่ง ทั้งที่ปัญหาใหญ่ยังไม่ได้แก้
ถ้าdecision การตัดสินใจของเฟดผิดพลาด แรงกระเพื่อมจะกลับมาแรงกว่าเดิมแน่นอน