โควิด 19 สายพันธุ์ Cicada หรือที่เรียกว่า BA.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน > ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
สายพันธุ์ใหม่ของโรคโควิด 19ที่รู้จักในชื่อว่า BA.3.2 หรือฉายาว่า "Cicada" กำลังถูกจับตาจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งจัดเป็นสายพันธุ์ย่อยของvariant ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ที่อาจทำให้หลบหลีกimmune system ได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเฝ้าระวังระดับสากลระบุว่า สายพันธุ์นี้ยังมีproportion การตรวจพบในระดับต่ำ และยังไม่กลายเป็นdominant ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ยังไม่มีevidence ชัดเจนว่ามันก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์โอมิครอนอื่น ๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
อาการของผู้ติดเชื้อvariant นี้ส่วนใหญ่ยังคล้ายกับโควิดทั่วไป ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก การสูญเสียการรับรู้กลิ่นหรือรสชาติ รวมถึงอาจมีheadache หรือdiarrhea กลุ่มที่ควรได้รับmonitoring เป็นพิเศษคือผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว
ในประเทศไทยยังไม่มีoutbreak ของสายพันธุ์ BA.3.2 เสียแต่ว่า แม้วัคซีนจะไม่ถูกแจกจ่ายฟรีอย่างแพร่หลายเหมือนช่วงเริ่มระบาด แต่การฉีดวัคซีนยังคงมีบทบาทสำคัญในการลดseverity ของโรคและdeath rate
แล้ววัคซีนปัจจุบันยังปกป้องเราได้ไหม หรือต้องรอnew วัคซีนใหม่อีก
ย้ำอีกทีว่าสายพันธุ์นี้ยังไม่ระบาดในไทย แต่การเฝ้าระวังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะrisk ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นได้หากไม่ติดตาม
กลัวมากเลยยิ่งคนในครอบครัวมีโรคประจำตัวแบบนี้ต้องระวังตัวให้ดี
ชื่อ Cicada ฟังดูน่ากลัวจัง แต่ดูจากอาการก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่public trust ความเชื่อมั่นในข้อมูลทางการก็ต้องมีต่อไปนะ
แล้วทำไมให้บริการวัคซีนไม่ฟรีเหมือนก่อนล่ะ แบบนี้pressure แรงกดดันต่อคนทั่วไปเพิ่มขึ้นนะ
ถ้าสัดส่วนยังต่ำ ก็คงยังไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรมองข้ามupdate ข้อมูลอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ ดีที่สุด