หมอหวิวเล่า 2 เคสสุดแปลก สิ่งแปลกปลอมติดช่องคลอด ทั้งฝาโรลออน-ไข่ซิลิโคน เตือนอย่าอาย รีบพบแพทย์
แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข หรือที่รู้จักในชื่อdoctor ออกมาเตือนภัยหลังพบผู้ป่วยcase ที่มีforeign object ติดในช่องคลอดถึง 2 ราย ภายในเวลาเพียง 2 วัน ซึ่งแต่ละรายมีสาเหตุต่างกันและบางกรณีถือว่าหายากมากในทางการแพทย์ เธอย้ำว่าไม่ได้เล่าเพื่อประจาน แต่เพื่อให้เป็นwarning ว่าสุขภาพจุดซ่อนเร้นไม่ใช่เรื่องน่าอาย และการรีบพบแพทย์ช่วยลดrisk ได้มาก
เคสแรก เกิดกับหญิงวัย 50 ปี ที่มีอาการintense itching จากโรคเบาหวาน จึงใช้ฝาโรลออนช่วยเกา เพราะเข้าใจว่าปลอดภัยกว่าเล็บหรือผ้า แต่กลับเกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อฝาหลุดเข้าไปข้างใน จนต้องพบแพทย์ด้วยอาการเลือดออกมาก โดยdoctor พบว่าสิ่งของไปติดบริเวณปากมดลูก และเกิดแรงดูด ทำให้ต้องใช้เทคนิคพิเศษและอาจต้องใช้ยาสลบเพื่อนำออกอย่างปลอดภัย
เคสที่สอง พบในหญิงวัย 40 ปี ที่มีสิ่งของลักษณะคล้ายsilicone egg ติดอยู่ด้านหลังปากมดลูก ซึ่งแพทย์เองก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไร เพราะผู้ป่วยดูembarrassed และไม่กล้าบอก วัตถุดังกล่าวลื่นมาก จึงไม่สามารถใช้เครื่องมือจับออกได้ ต้องใช้นิ้วประคองและดันออกอย่างระมัดระวัง แสดงให้เห็นว่าการใช้สิ่งของที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อร่างกายอาจก่อcomplication ได้ง่าย
หมอหวิวเน้นย้ำว่า การดูแลสุขภาพส่วนตัวควรเริ่มจากความเข้าใจและไม่ละเลยอาการเล็กน้อย เช่น อาการคัน เพราะหากจัดการผิดวิธี อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ อุปกรณ์ทุกชิ้นควรพิจารณาเรื่องsafety และdesign ให้เหมาะสม ไม่ควรดัดแปลงสิ่งของทั่วไปมาใช้ใกล้private area และเมื่อเกิดเหตุควรรีบพบhealthcare provider ทันที แทนที่จะพยายามแก้เอง
แค่อ่านก็รู้สึกuncomfortable อึดอัดแทนผู้ป่วยแล้ว แต่เคสฝาโรลออนนี่น่าจะเกิดจากความสิ้นหวังจริงๆ ที่คันจนทนไม่ไหว
ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการ แต่ที่น่าห่วงคือคนยังไม่เข้าใจเรื่องhygiene สุขอนามัยกับกายวิภาคของตัวเองอยู่ดี
แล้วถ้าไม่มีเงินรักษา หรือรู้สึกอายจนไม่อยากไปโรงพยาบาลล่ะ? ระบบสุขภาพควรเข้าถึงได้ง่ายกว่านี้public trust ความเชื่อมั่นของประชาชนมันลดลงทุกที
หมอคนนี้ดีมาก ไม่ดุ ไม่ตัดสิน แค่ให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย คือแบบนี้แหละที่สังคมต้องการhealth education การศึกษาด้านสุขภาพ
สงสัยต้องกลับไปดูของในบ้านใหม่ ไม่คิดว่าของธรรมดาอย่างฝาขวดจะกลายเป็นhazard อันตรายได้
เคสไข่ซิลิโคนนี่ไม่กล้าเดาเลยว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ คือแรงกดดันทางบรรทัดฐานสังคมทำให้คนไม่กล้าพูด แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่