ดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวหลังร่วง 7 วันติด รับกระแสข่าวอาจรื้อฟื้นเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน
ดอลลาร์สหรัฐเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยในวันพุธ (15 เม.ย.) หลังจากร่วงต่อเนื่องถึง 7 วันทำการ นับเป็นสัญญาณแรกของการกลับทิศ ขณะที่นักลงทุนจับตาreport เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้ง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้market เริ่มประเมินใหม่ต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจคลี่คลาย หลังจากที่ความตึงเครียดลากยาวมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ปรับตัวขึ้น 0.03% แตะระดับ 98.11 โดยเคยพุ่งขึ้นไปถึง 98.286 ในระหว่างวัน ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 1.1794 ดอลลาร์ และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.13% เทียบกับเยน มาอยู่ที่ 158.98 เยน ใกล้ระดับ 160 เยน ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลญี่ปุ่นเคยเข้าแทรกแซงค่าเงินในอดีต ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงpressure ที่เพิ่มขึ้นต่อเงินเยน และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่อาจเริ่มกลับมา
ก่อนหน้านี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าเดือนที่ 97.968 เมื่อวันอังคาร (14 เม.ย.) ซึ่งเป็นผลจากความกังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านจะยืดเยื้อ ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและส่งผลต่อprice น้ำมันที่พุ่งสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มเห็นแสงสว่างเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอาจมี "สองวันที่น่าทึ่ง" ซึ่งอาจหมายถึงการยุติความขัดแย้ง ทั้งที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังยืนยันว่าไม่มีการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ แต่การพูดคุยยังดำเนินต่อไป
สงครามในตะวันออกกลางปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้risk ด้านซัพพลายเชนและเงินเฟ้อทวีความรุนแรง คริสติน ลาการ์ด แห่ง ECB กล่าวว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าเงินเฟ้อครั้งนี้เป็นเพียงชั่วคราวหรือไม่ ในขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ มองว่าเศรษฐกิจอาจชะลอตัวในไตรมาสนี้ แต่จะฟื้นตัวได้ ส่วนเบธ แฮมแมค จากเฟดคลีฟแลนด์ ชี้ว่าการปรับinterest rate ในอนาคตยังคงเป็นไปได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะตามมา
ตลาดตอบสนองต่อnews ข่าวอย่างรวดเร็วจริงๆ แค่ได้ยินคำว่า 'เจรจา' ดอลลาร์ก็เริ่มดีดกลับแล้ว
อย่าลืมว่าดัชนีร่วง 7 วันติดเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แสดงถึงtrend แนวโน้มที่เปลี่ยนไปชัดเจน
แม้จะมีสัญญาณบวก แต่การขาดข้อตกลงเป็นรูปธรรมยังทำให้confidence ความเชื่อมั่นของตลาดเปราะบาง
ดอลลาร์แข็งขึ้นแตะ 158.98 เยน ใกล้ 160 เยน จุดนี้สำคัญมาก ญี่ปุ่นอาจแทรกแซงได้ทุกเมื่อ
ถ้าน้ำมันยังแพง การส่งออกไทยที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าก็จะเจอcost ต้นทุนเพิ่มแบบไม่รู้จบ
แล้วถ้าเจรจาล้มเหลวอีก ดอลลาร์จะร่วงหนักกว่าเดิมไหม หรือว่าsupport การสนับสนุนจากเฟดจะช่วยพยุงไว้ได้