น้ำมันดิ่งหนัก 7.87% หลังความหวังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน คู่ขนานวิกฤตอุปทานโลก

ราคาน้ำมันดิบmarket นิวยอร์กปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึง 7.87% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางpressure ที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปิดที่ 91.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงถึง 7.80 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันเบรนท์ร่วง 4.60% ปิดที่ 94.79 ดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้สะท้อนถึงความrisk ที่ตลาดประเมินต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความหวังที่ว่าความขัดแย้งอาจมีทางออก

การซื้อขายได้รับอิทธิพลจากข่าวที่ว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า มีplan เจรจาโดยอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจกลับมาเปิดโต๊ะพูดคุยในกรุงอิสลามาบัดอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้ โดยมีปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีรับหน้าที่support การไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม ความพยายามก่อนหน้านี้ที่อิสลามาบัดสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้ความtrust ของตลาดยังเปราะบาง

ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะcrisis ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ออกwarning ว่า ความต้องการน้ำมันในปีนี้จะลดลงเฉลี่ย 80,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 730,000 บาร์เรลต่อวัน โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ที่อาจเห็นการลดลงถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นการimpact รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุคโควิด-19

รายงานของ IEA ยังชี้ว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกลดลงถึง 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม สาเหตุหลักมาจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง และการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเคยขนส่งน้ำมันได้ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ตอนนี้ลดเหลือเพียง 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน การหยุดชะงักครั้งนี้ถูกเรียกว่าเป็นการหยุดขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในhistory ขณะที่กลุ่มยุโรปเริ่มวางแผนส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าไปทันทีที่สงครามยุติลง เพื่อฟื้นฟูsupply อย่างรวดเร็ว

ปฏิกิริยา 6

  • พลังงานไทย

    ราคาน้ำมันโลกตกแรงขนาดนี้ แล้วปั๊มในไทยจะลดตามไหม หรือจะยังคงprice เดิมไว้เหมือนเคย

  • มองต่างมุม

    ความหวังเรื่องสันติภาพก็ช่วยให้ราคาลง แต่ความเสี่ยงยังสูงอยู่ ตลาดตอบสนองquickly แต่ยั่งยืนไหมอีกเรื่อง

  • นักวิเคราะห์เงา

    IEA บอกว่า demand destruction ลุกลาม แปลว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัวหนักแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องสงครามอย่างเดียวreport นี้บอกอะไรได้มากกว่าที่ข่าวหลักเล่า

  • คนติดข่าว

    ปากีสถาน อียิปต์ ตุรกี ออกมาเป็นคนกลาง แสดงว่าภูมิภาคเริ่มทนไม่ไหวกับความตึงเครียดแล้วpressure ไม่ได้อยู่แค่ตลาดน้ำมัน

  • ประหยัดไว้ก่อน

    ถ้าอุปทานลดขนาดนี้แล้วสงครามยุติเร็ว ราคาน้ำมันอาจพุ่งกลับได้ในไม่กี่วัน นี่คือช่วงที่ต้องจับตาrisk และโอกาสพร้อมกัน

  • สงสัยจัง

    แล้วซาอุดีอาระเบียผลักดันให้ยุติการปิดล้อม ทำไมถึงไม่เห็นข่าวจากฝั่งนั้นมากกว่านี้ ความtrust ในข่าวนี้มีพอไหม

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]