วันวิชิต ชี้แก้ปัญหาชายแดนใต้ ต้องร่วมมือทุกฝ่าย ไม่ใช่หน้าที่กองทัพเพียงลำพัง
ในบริบทที่ความตึงเครียดยังคงคุกรุ่นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ความเห็นจากexpert ด้านรัฐศาสตร์ชี้ว่าการแก้ปัญหาไม่สามารถฝากไว้กับกองทัพเพียงฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องอาศัยcooperation จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ หลังเหตุการณ์ที่แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องออกมายอมรับว่าการสื่อสารเกี่ยวกับโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้ายนั้นmisstep และก่อให้เกิดความไม่สบายใจอย่างกว้างขวาง
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง มองว่ากระแสเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 พ้นจากตำแหน่งเป็นเรื่องsensitive และควรพิจารณาด้วยความรอบคอบ เนื่องจากพลโทนรธิป โพยนอก ไม่ได้ถูกแต่งตั้งมาเพียงเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่เป็นผลจากstrategic ระยะยาวของกองทัพบก ที่ต้องการให้เห็นprogress อย่างเป็นรูปธรรมก่อนปี 2570 ซึ่งเป็นปีที่ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันจะเกษียณ พร้อมกับเป้าหมายสันติสุขตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
สิ่งที่น่าสังเกตคือแนวทางของแม่ทัพคนปัจจุบันที่ไม่เน้นการปราบปรามอย่างเดียว แต่ผลักดันโครงการeducation ร่วมกับ ศอ.บต. และสถาบันศาสนาในพื้นที่ เช่น การจัดตั้งวิทยาลัยอิหม่ามและอิสลามศึกษา เพื่อยกระดับครูสอนศาสนา ซึ่งหากสำเร็จ จะเป็นsignal สำคัญของความจริงใจจากรัฐ ที่ต้องการสร้างtrust กับชาวมุสลิมในพื้นที่ ไม่ใช่แค่การควบคุมด้วยอำนาจ
ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า ความวิตกกังวลของกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ที่ไม่ต้องการแม่ทัพจากภายนอกนั้นเข้าใจได้ แต่หากทุกฝ่ายไม่ถอยคนละก้าว อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสบานปลายสถานการณ์ ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ต้องเดินหน้าอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ว่าเป็นcover-up หรือมวยล้ม และช่วยให้อารมณ์ในพื้นที่คลี่คลายอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือสำคัญกว่าการชี้นิ้วโทษกัน แต่รัฐต้องdemonstrate แสดงออกให้เห็นจริงๆ ไม่ใช่แค่พูด
แม่ทัพคนนี้ดูมีvision วิสัยทัศน์ต่างจากเดิม หวังว่าจะไม่ถูกแรงกดดันด้านการเมืองล้ม
เข้าใจว่ากองทัพไม่ใช่ทางออกเดียว แต่แล้วcivilian ฝ่ายพลเรือนทำอะไรไปบ้างนอกจากพูด?
การศึกษาคือกุญแจ แต่ต้องไม่ใช่แค่โครงการโชว์ท่าทีแล้วหายไปใน 3 ปี
ทุกฝ่ายต้องถอยคนละก้าวจริง ไม่ใช่ถอยแล้วแอบยิงซ้ำbehind จากด้านหลัง
หวังดีกับแนวทางใหม่ แต่skeptical สงสัยว่าโครงสร้างเดิมจะเปลี่ยนได้จริงไหม
สัญญาณดีคือการฟังความเห็นจากexpert ผู้รู้ไม่ใช่แค่ผู้มีอำนาจ