ทรัมป์ส่งสัญญาณเจรจาใหม่กับอิหร่าน ท่ามกลางปิดล้อมท่าเรือและความตึงเครียดระดับโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าแผนใหม่ในการเจรจากับอิหร่านอาจเริ่มต้นได้ภายในไม่กี่วันนี้ หลังการพูดคุยรอบล่าสุดล้มเหลวลงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กโพสต์ว่า มีความเป็นไปได้ที่การพูดคุยจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทั้งสองฝ่ายเคยหารือกันมาก่อน แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่คำกล่าวของทรัมป์ได้จุดประกายความหวังว่าpressure ทางเศรษฐกิจอาจกำลังเปลี่ยนเป็นทางตันทางการทูต
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังสหรัฐฯ เดินหน้าplan ปิดล้อมท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน เพื่อตัดรายได้จากน้ำมันและการขนส่งทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ โดยกองทัพสหรัฐฯ รายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก ไม่มีเรือพาณิชย์ลำใดฝ่าฝืนคำสั่ง และเรืออย่างน้อย 6 ลำได้หันกลับไปยังท่าเรือของอิหร่านตามคำสั่งของกองกำลังสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ความตึงเครียดยังคงสูงต่อเนื่อง เนื่องจากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก
ด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้แสดงความเห็นว่ามีreport จากแหล่งข่าวในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย ปากีสถาน และอิหร่าน ที่ชี้ว่า คณะเจรจาของทั้งสองฝ่ายอาจเดินทางกลับมาพบกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าการพูดคุยอาจเริ่มขึ้นในวันที่ 15 เมษายน 2569 แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่การเคลื่อนไหวด้านการทูตครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการลดrisk ที่อาจบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเรือรบมากกว่าสิบลำและกำลังพลประมาณ 10,000 นาย เข้าไปในพื้นที่เพื่อควบคุมการเดินเรือในบริเวณดังกล่าว เป้าหมายหลักคือการลดรายได้ของอิหร่านจากน้ำมันและค่าธรรมเนียมการผ่านเส้นทางเดินเรือ ซึ่งกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่าจะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะเห็นresponse ที่ชัดเจนจากอิหร่าน ขณะที่market โลกยังคงจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความไม่แน่นอนในพื้นที่อาจส่งผลต่อprice น้ำมันและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลก
ถ้าช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ต่อไป ราคาพลังงานคงจะพุ่งอย่างรวดเร็วแน่ๆprice ราคาน้ำมันในตลาดโลกอาจพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้
สหรัฐฯ ใช้มาตรการปิดล้อม แต่ก็ยังพูดถึงการเจรจา มันดูขัดแย้งกันนะ ความจริงคือพวกเขาต้องการใช้pressure แรงกดดันให้มากที่สุดก่อน
แล้วแบบนี้ความเชื่อมั่นของประชาชนในภูมิภาคนี้จะยังเหลืออยู่ไหม ถ้าสงครามเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะไม่ใช่แค่เรื่องmarket ตลาดแน่นอน
แผนนี้ดูเหมือนจะใช้กลยุทธ์สองด้าน ทั้งโจมตีทางเศรษฐกิจและเสนอทางออกทางการทูต แต่ต้องดูว่าอิหร่านจะตอบสนองอย่างไรresponse การตอบสนองของพวกเขาจะเป็นกุญแจสำคัญ
การที่เลขาธิการยูเอ็นออกมาพูดแบบนี้แสดงว่าองค์กรระหว่างประเทศก็รู้สึกถึงrisk ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจริงๆ
การปิดล้อมท่าเรือไม่ใช่แค่เรื่องทหาร แต่เป็นการโจมตีทางเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งย่อมส่งผลต่อtrust ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาค