ผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม 6 ราย ยื่นขอปรับราคา รัฐเร่งตรวจสอบสต็อก CPO เก่า-ใหม่
ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ 6 ราย กำลังกดดันให้price ขยับตัวสูงขึ้น หลังยื่นขอปรับราคาขายปลีกต่อกรมการค้าภายใน ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยหนึ่งในผู้ผลิตได้รับอนุมัติให้ขึ้นราคาภายในกรอบเพดานเดิม ขณะที่อีกหลายรายยังค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณา ซึ่งหน่วยงานเร่งขอข้อมูลสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ทั้งของเก่าและของใหม่ เพื่อประเมินcost อย่างแม่นยำ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบันการคำนวณmarket price ของน้ำมันปาล์มขวดยังอิงจากราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งผู้ผลิตจำนวนมากยังใช้สต็อกเดิมอยู่ แต่กำลังผสมน้ำมัน CPO ใหม่ที่มีต้นทุนสูงเข้ามา ทำให้เกิดแรงผลักดันให้ขอปรับราคา โดยแบ่งคำขอเป็นสองกลุ่ม คือ ขอปรับตามเพดานเดิม และขอปรับเกินเพดาน ซึ่งกลุ่มหลังยังไม่มีการอนุมัติ
สำหรับกลุ่มที่ขอปรับตามเพดานเดิม หนึ่งรายได้รับอนุมัติให้ขึ้นราคาได้ หลังขายต่ำกว่าระดับเพดานมาโดยตลอดจากการแข่งขันที่รุนแรง แม้ผู้บริโภคเริ่มชะลอตัว ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีเพดาน 48 บาทต่อขวด แต่ขายจริงที่ 45 บาท ล่าสุดอาจได้รับอนุญาตให้ขยับขึ้นไปที่ 46 หรือ 47 บาทก่อน เพื่อไม่ให้เกิดimpact ต่อผู้บริโภคเกินจำเป็น
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า มีผู้ผลิตยื่นขอปรับราคาสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันปาล์มขวด แชมพู และสบู่ เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น โดยยังไม่อนุญาตให้ปรับราคาใดๆ ทั้งสิ้น และอยู่ระหว่างการเจรจาและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ซึ่งกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาประมาณ 15 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าการขึ้นราคาจะสะท้อนactual cost และไม่เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค
ขึ้นทีละไม่กี่บาท แต่ทุกอย่างขึ้นพร้อมกันหมด แบบนี้household budget งบครัวเรือนยังไหวไหมเนี่ย
เคยขาย 45 ขึ้นมา 47 บาท แล้วจะกลับไป 45 อีกไหม ก็รู้ๆ กันอยู่price increase การขึ้นราคามันถาวรทุกที
กรมการค้าภายในควรเข้มงวดต่อไป อย่าให้บริษัทอ้างcost pressure แรงกดดันต้นทุนแล้วขึ้นราคาเกินความจำเป็น
แล้วสต็อก CPO เก่ากับใหม่ ต่างกันกี่บาทลิตร ถ้าไม่เปิดข้อมูลนี้ ความโปร่งใสมันหายไป
เดี๋ยวนี้ซื้อของต้องเทียบราคายิบย่อย น้ำมัน แชมพู สบู่ ทั้งหมดขอขึ้นพร้อมกัน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆmarket trend แนวโน้มตลาดชัดเจน
ขอให้พิจารณาอย่างเป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค อย่าให้ใครแบกburden ภาระหนักเกินไป