อั้นไม่ไหว พาณิชย์ เคาะขึ้นราคาน้ำมันปาล์ม 2 บาทต่อขวด ตามต้นทุนที่แท้จริง
กรมการค้าภายในอนุมัติให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายหนึ่งraise ขวดละ 1-2 บาท หลังต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกปรับมาอยู่ที่ 47-49 บาทต่อขวด ขณะที่อีก 3 รายยังอยู่ระหว่างการเจรจา เพื่อหาทางปรับราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ให้กระทบconsumers มากเกินไป หลังยื่นขอปรับเกิน 50 บาทต่อขวด ซึ่งถือว่าสูงเกินไปในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
การตัดสินใจดังกล่าวมาจากการที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลงจากภัยแล้งในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ทำให้คาดการณ์ผลผลิตเหลือเพียง 1.88 ล้านตัน ลดลงจากเดิม 2 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม แม้ผลผลิตจะลด แต่ราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก (ซีพีโอ) กลับfall จาก 39.50 เหลือ 36 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้โรงสกัดลดราคาซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรเริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภาคกลางที่ขายผลปาล์มได้เพียง 6 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าproduction cost ที่ 7 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในห่วงโซ่การค้า นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย จึงเรียกร้องให้กรมการค้าภายในตรวจสอบการรับซื้อที่ลดลงวันละ 20-40 สตางค์ต่อกิโลกรัม
ในด้านการส่งออก แม้รัฐจะกำหนดกรอบไม่เกิน 200,000 ตันต่อเดือน และอนุญาตไปแล้ว 102,000 ตันในเดือนเมษายน แต่สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบสำหรับบริโภคยังมีถึง 290,000 ตัน ขณะที่การใช้ในภาคพลังงานเพิ่มขึ้นจาก 70,000 เป็น 120,000-140,000 ตัน บ่งชี้ว่าmarket balance ของตลาดอาจเปลี่ยนไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งราคาในระยะต่อไป
เราขายได้แค่ 7 บาทต่อโล แต่ต้นทุน 7 บาทพอดี ไม่มีกำไรเลย แล้วน้ำมันขวดขึ้นราคา 2 บาท จะเหลืออะไรให้ชาวสวนfair อย่างยุติธรรมไหม
น้ำมันปาล์มขึ้นอีกแล้วเหรอ ของใช้ในบ้านทุกอย่างก็เริ่มprice ราคาแรงขึ้นทั้งนั้น แบบนี้ต้องปรับเมนูอาหารแล้วล่ะ
โรงสกัดอ้างว่าซีพีโอลง แต่ทำไมน้ำมันขวดถึงขึ้นราคา แล้วprofit กำไรไปอยู่ที่ใคร ต้องเปิดข้อมูลให้ชัดเจน
จริงๆ แล้วมาตรการควบคุมการส่งออกควรทบทวน เพราะสต๊อกยังเยอะ แต่เกษตรกรขาดทุนอยู่
ถ้าผลผลิตลดแต่ต้นทุนไม่ขึ้นจริง แล้วทำไมผู้ผลิตถึงขอขึ้นเกิน 50 บาท ดูเหมือนจะใช้ช่วงนี้opportunity โอกาสเก็บกำไร
เคยคิดว่าการเพิ่มการใช้ในภาคพลังงานจะช่วยดันราคา แต่ดูแล้วราคายังpressure ถูกกดด้วยซีพีโอโลก คงต้องรออีกนาน