ปกรณ์วุฒิ จวกยับ ป.ป.ช. ยกคำร้อง "ศักดิ์สยาม" สงสัยปูทางคืนเก้าอี้ รมต.
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 pressure ทางการเมืองเริ่มทวีความรุนแรง หลังofficial ฝ่ายค้านรายหนึ่งออกมาตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องสอบสวนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อหาซุกหุ้นบริษัท หจก.บุรีเจริญฯ ซึ่งเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกับการถือครองทรัพย์สินแบบนอมินี ท่ามกลางความไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยสั่งให้พ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. พรรคประชาชน ไม่ปิดบังความไม่พอใจ เขาตั้งข้อสังเกตว่า แม้ ป.ป.ช. จะไม่จำเป็นต้องผูกพันกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่evidence จาก ปปง. และข้อมูลการเงินจากสถาบันการเงินก็น่าจะเพียงพอที่จะชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ควรต้องถูกสอบสวนต่อไป ไม่ใช่การยกเลิกด้วยเหตุผลที่ดูคลุมเครือ
เขายังตั้งคำถามถึงstandard ในการพิจารณาคดีของ ป.ป.ช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกรรมการ 4 ใน 9 คนถูกมองว่ามีความผูกพันกับกลุ่มการเมืองสายสีน้ำเงิน ทำให้เกิดข้อกังขาถึงความเป็นกลาง และการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันกับทุกคำร้อง ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความน่าเชื่อถือในองค์กรอิสระ
ที่น่ากังวลยิ่งไปกว่านั้นคือความเป็นไปได้ที่การยกเลิกคำร้องในครั้งนี้อาจเป็นการปูทางให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งกลับสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนที่โปร่งใส ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ความหวังของประชาชนต่อการfight corruption จากองค์กรที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบอำนาจ ก็อาจเลือนลางลงไปอีก
ถ้าไม่มีstandard มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน องค์กรแบบนี้ก็ไม่ต่างจากเครื่องมือทางการเมือง
สงสัยจะรอให้หมดสมัย ส.ว. แล้วค่อยตั้งnew คณะกรรมการชุดใหม่ แต่ความเสียหายก็เกิดไปแล้ว
คำวินิจฉัยของศาลต่างหากที่ชัดเจน แล้วทำไม ป.ป.ช. ถึงมองข้ามevidence พยานหลักฐานได้
การยกคำร้องครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผิดพลาด แต่เหมือนเป็นsignal สัญญาณว่าใครบางคนยังมีทางกลับ
ประชาชนไม่ได้ต้องการให้ลงโทษใคร แค่ต้องการให้fair process กระบวนการยุติธรรมเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ถ้าแบบนี้ต่อไป คำว่าanti-corruption ปราบทุจริตก็คงเหลือแค่ในคำพูด ไม่ใช่ในทางปฏิบัติ