ฝ่ายค้านส้มแผ่ว! ปชป. ชิงพื้นที่ด้วยเนื้อหาหนักแน่นกว่า
การอภิปรายนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาอาจเป็นเวทีทดสอบpressure ครั้งสำคัญของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ซึ่งแม้มีจำนวนsupport ในสภาเป็นแกนนำ แต่กลับทำผลงานได้ไม่โดดเด่นเท่าที่คาดหวัง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ที่มี ส.ส. เพียง 21 เสียง กลับนำเสนอข้อมูลอย่างมีclarity และการวิพากษ์วิจารณ์ที่เจาะลึกกว่า
นักวิชาการและการเมืองหลายเสียง อย่างนายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ต่างแสดงความdisappointment อย่างตรงไปตรงมา โดยชี้ว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีการรณรงค์ด้วยแนวคิด ‘พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว’ อย่างเข้มข้น แต่เมื่อถึงเวลาจริง กลับเน้นการsatire มากกว่าการวิเคราะห์นโยบายอย่างเป็นระบบ ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างimpact ต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
อีกมุมหนึ่ง บรรยากาศภายในพรรคประชาชนอาจถูกเบียดบังด้วยrisk จากคดี 44 ส.ส. ที่ ป.ป.ช. ยื่นต่อศาลฎีกา โดยแม้หัวหน้าพรรคจะยืนยันว่าไม่ส่งผลต่อสมาธิ แต่ ส.ส. หลายคนในพรรคแอบเปรยถึงความรู้สึกว่าอาจเป็นการอภิปรายfinal ซึ่งสะท้อนถึงภาวะmorale ที่อาจถดถอยอยู่เบื้องหลัง
หากศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าว ผลกระทบต่อpolitical structure อาจรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อแกนนำรุ่นปัจจุบันจำนวนมากอยู่ในข่ายพัวพัน ขณะที่รุ่นใหม่ยังไม่พร้อมก้าวขึ้นมา ทำให้พรรคอาจเผชิญช่วงเวลาtransition ที่ละเอียดอ่อน และเสี่ยงต่อการสูญเสียpublic trust จากผู้สนับสนุนในระยะยาว
รู้สึกเลยว่าฝีมือการอภิปรายของopposition ฝ่ายค้านยังไม่เท่าเดิม ทั้งที่ประชาชนตั้งความหวังไว้สูงมาก
พรรคประชาธิปัตย์ทำได้ดีกว่าจริงๆ แม้มีfewer จำนวนส.ส. น้อย แต่เนื้อหาแน่นและมีสาระ
สงสารsupporters แฟนคลับของพรรคส้ม ตั้งตารอ แต่ได้แค่เสียดสี ไม่เห็นsubstance สาระของนโยบาย
เรื่องคดี 44 ส.ส. มันกดดันจริงๆ ขนาดleaders ผู้นำพูดว่าไม่ทิ้ง แต่บรรยากาศในสภาไม่ใช่แบบนั้นเลย
นี่แหละคือช่วงเวลาที่ต้องพิสูจน์ว่าพรรคจะrecover ฟื้นตัวได้หรือไม่ ถ้ารุ่นใหม่ยังไม่พร้อม ก็อาจสูญเสียmomentum โมเมนตัม
อย่าลืมว่าประชาชนสนใจresults ผลลัพธ์มากกว่าคำพูด การอภิปรายดีแค่ไหน ต้องวัดที่change การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง