เจาะลึกหุ้นแบงก์ไตรมาส 1/69 โบรกฯ หวั่นดอกเบี้ยขาลงกดดันกำไร จับตา ธปท. รื้อ “มาตรฐานค่าธรรมเนียมใหม่”
ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เต็มไปด้วยrisk ตลาดหุ้นไทยก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของปีเมื่อธนาคารพาณิชย์เริ่มทยอยเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 นักลงทุนจับตาตัวเลขอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าสถาบันการเงินสามารถรับมือกับแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยขาลงและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างไร โดย TISCO คือธนาคารแรกที่ประกาศงบการเงิน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นของภาพรวมทั้งกลุ่มก่อนที่ธนาคารรายอื่นจะตามมาอย่างต่อเนื่อง
TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขับเคลื่อนหลักจากnew ที่ขยายตัวถึง 27.2% จากรายได้ค่านายหน้าประกันและหลักทรัพย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมธุรกิจกองทุน ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ก็ยังเติบโตได้ 3.4% แม้ในภาวะดอกเบี้ยขาลง ซึ่งช่วยให้ต้นทุนเงินฝากลดลงและส่งผลดีต่อprofit ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ทิศทางดอกเบี้ยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งpressure ต่อกลุ่มธนาคารอย่างชัดเจน หลัง กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือเพียง 1.00% โดย บล.พาย ประเมินว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของกลุ่มจะลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 อยู่ที่ 2.9% และส่งผลให้กำไรสุทธิของ 9 ธนาคารอาจหดตัว 6.6% จากปีก่อน แม้จะมีแนวโน้มฟื้นตัว 12.5% จากไตรมาสก่อนก็ตาม ขณะที่สินเชื่อรวมยังทรงตัวและmarket ยังจับตาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนคือการที่ ธปท. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับnew ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ซึ่งจะครอบคลุม 17-19 รายการ เช่น ค่ารักษาบัญชีและระบบบาทเนต แม้ บล.เอเซีย พลัส จะมองว่าผลกระทบต่อกำไรโดยรวมจะจำกัด แต่ธนาคารขนาดใหญ่ เช่น KBANK ที่มีสัดส่วนค่าธรรมเนียมสูงถึง 18% จะได้รับpressure มากกว่า ส่วน TISCO และ KKP ที่ได้รับรายได้จากตลาดทุนเป็นหลัก จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
กำไรโตได้ในภาวะดอกเบี้ยขาลงแบบนี้ ถือว่า TISCO ทำได้ดีมากจริงๆ โดยเฉพาะการเติบโตของfee income รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ 27.2%
ยิ่งลดดอกเบี้ยยิ่งกดprofit กำไรธนาคาร แต่ ธปท. ยังไม่หยุด สงสัยต้องปรับพอร์ตใหม่แล้วล่ะ
ค่าธรรมเนียมใหม่จะกระทบแค่ 1% ต่อกำไร ถ้าลด 2% จริง แต่ปัญหาคือภาพลักษณ์กับpublic trust ความเชื่อมั่นของลูกค้ามากกว่า
รอฟังผลแบงก์ใหญ่รายอื่น ก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม กลัวprice ราคาหุ้นจะดิ่งตาม NIM ที่ลดลง
สินเชื่อหดตัว 0.8% แต่กำไรรวมกลุ่มยังฟื้น 12.5% จากไตรมาสก่อน แสดงว่าcost ต้นทุนลดลงจริงจัง
8% ขั้นต่ำบัตรเครดิตช่วยลูกหนี้ได้ แต่ธนาคารจะมีแรงกดดันจากrisk ความเสี่ยงเครดิตเพิ่มขึ้นในระยะยาวไหม?