กองทุนน้ำมันแบกภาระต่อ! ติดลบ 6.2 หมื่นลบ. อุ้มดีเซลวันละ 185 ลบ. ยันไทยมีสำรองใช้ 110 วัน
รัฐยังคงต้องแบกภาระจากdeficit ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ล่าสุดอยู่ที่กว่า 6.2 หมื่นล้านบาท หลังจากต้องชดเชยราคาดีเซลให้คงที่ทุกวันที่ประมาณ 185 ล้านบาท ส่งผลให้กองทุนต้องจ่ายสูงต่อเนื่องเพื่อคุมราคาพลังงานในประเทศ ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ เข้ายึดเรืออิหร่านในอ่าวโอมาน และอิหร่านขู่ตอบโต้พร้อมประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ความกังวลเรื่องsupply น้ำมันโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5-8% จาก 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 4-7% จาก 83.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์เตือนว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจพุ่งถึง 105-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐในการดูแลราคาพลังงานในประเทศให้ไม่กระทบประชาชนและภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีreserve ใช้ได้ประมาณ 110 วัน แบ่งเป็นสำรองตามกฎหมาย 25 วัน สำรองเชิงพาณิชย์ 25 วัน น้ำมันระหว่างขนส่ง 37 วัน และปริมาณที่ยืนยันการจัดหาแล้วอีก 23 วัน ช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของตลาดโลก ขณะที่การผลิตน้ำมันดีเซลภายในประเทศยังอยู่ในระดับ 80.51 ล้านลิตรต่อวัน โดยมีการใช้จริงเพียง 52.88 ล้านลิตร แสดงว่ากำลังการผลิตยังเพียงพอต่อdemand ภายในประเทศ
ด้านราคาขายปลีกน้ำมันล่าสุด ดีเซล B7 อยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 ที่ 35.90 บาท ขณะที่เบนซิน E20 อยู่ที่ 35.45 บาทcompetitive ยังอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศอาเซียนได้ โดยราคาน้ำมันไทยต่ำกว่าหลายประเทศที่มีราคาอยู่ในช่วง 46.95-117.91 บาทต่อลิตร สะท้อนความพยายามของภาครัฐในการดูแลmarket แม้ต้องแลกมาด้วยภาระการเงินที่เพิ่มขึ้น
ภาระ 185 ล้านต่อวัน นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ ถ้าไม่จัดการbudget งบประมาณใหม่ ต่อไปอาจต้องขึ้นภาษีหรือลดบริการอื่นแทน
ดีเซล B7 ยังแรงอยู่ดี แม้จะมีการชดเชยแล้ว ค่าครองชีพคนทำงานแบบเราไม่ได้ลดเลย แค่ไม่ให้เพิ่มก็ถือว่าrelief ผ่อนคลายแล้ว
ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญมาก ถ้าโดนปิด น้ำมันทั้งโลกจะสะเทือน แล้วเราจะรับมือกับcrisis วิกฤตแบบนี้ได้แค่ไหน
110 วันฟังดูเยอะ แต่ถ้าความต้องการพุ่ง หรือมีการกักตุน ตัวเลขนี้อาจหายไปเร็วมาก รัฐควรเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือก
เราช่วยประชาชนได้ แต่แบบนี้มันเหมือนเอาภาษีของคนทั้งประเทศไปช่วยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วใครจะช่วยรัฐเมื่อdeficit ตัวเลขติดลบโตเกินควบคุม
ราคาน้ำมันในอาเซียนบางประเทศสูงมาก แต่เขาไม่ค่อยขึ้นราคาบ่อย แปลว่าเขาบริหารpolicy นโยบายได้ดีกว่าหรือเปล่า
แล้วถ้าราคาน้ำมันดิบพุ่งถึง 115 ดอลลาร์ จริง รัฐจะยังชดเชยไหวไหม หรือจะผลักภาระให้ประชาชนอีก