เอกนัฏ เตรียมปรับลดค่าการกลั่นรอบ 2 หวังลดราคาหน้าปั๊มลงอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานplan ปรับลดprice น้ำมันต่อเนื่อง หลังreport เบื้องต้นชี้ว่าrefinery margin ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเมษายนพุ่งสูงถึง 15 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าผิดปกติเมื่อเทียบกับต้นทุนจริง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เปิดเผยว่าทีมงานกำลังประมวลผลข้อมูลต้นทุนอย่างละเอียด ก่อนเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานเพื่อกำหนดnew ภายในวันที่ 21 เมษายน โดยจะใช้ข้อมูล 1-15 เม.ย. เป็นฐาน แทนที่จะใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนแบบเดิม
หากการคำนวณยืนยันตัวเลขดังกล่าว คาดว่าจะมีการปรับลดค่าการกลั่นมากกว่า 2 บาทต่อลิตร — สูงกว่ารอบก่อนหน้าที่ลดไปเพียง 2 บาท — เพื่อให้market กลับสู่ภาวะสมดุล การตัดสินใจนี้สะท้อนpressure ต่อภาครัฐในการควบคุมcost ที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบโลกเริ่มปรับตัวลง แต่ราคาหน้าปั๊มในประเทศยังลดช้า ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ซับซ้อนคือสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สินสะสมกว่า 60,000 ล้านบาท จากการพยุงราคาในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง แม้ภาระรายวันจะลดลงจากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อวัน เหลือเพียง 100 ล้านบาท แต่risk ด้านสภาพคล่องยังคงมีอยู่ การลดราคาหน้าปั๊มจึงต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะส่วนหนึ่งของเงินที่ประหยัดได้ต้องใช้ลดหนี้และรักษาpublic trust ในระบบว่าจะสามารถรองรับความผันผวนได้อีกหากเกิดวิกฤติในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ รัฐมนตรียังยืนยันจะเดินหน้าต่อbiofuel โดยไม่ยกเลิก แม้มีข้อเสนอจากประชาชนให้ทำเช่นนั้นเพื่อลดราคา แต่เหตุผลด้านความมั่นคงพลังงาน การลดการนำเข้า และการสนับสนุนเกษตรกร ถือเป็นstrategic decision ระยะยาว รัฐบาลตั้งเป้าให้เงินอุดหนุนไหลตรงถึงเกษตรกร 100% และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ทัดเทียมประเทศผู้ผลิตชั้นนำ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่พลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน
ลด 2 บาทยังช้าเลย แล้วยังแบ่งไปใช้เคลียร์หนี้อีก ผู้บริโภคอยู่ท้ายคิวเสมอcost ต้นทุนที่แท้จริงควรโปร่งใสกว่านี้
ดีใจที่รัฐยังสนับสนุนbiofuel เชื้อเพลิงชีวภาพรายได้เราพึ่งพาอ้อยโดยตรง ถ้าตัดทิ้ง เราจะอยู่ยังไง
ค่าการกลั่น 15 บาท นี่มากเกินไปจริงๆ หรือเปล่า แล้วใครได้ประโยชน์market ตลาดต้องมีการแข่งขันที่เป็นธรรมนะ
เข้าใจว่าต้องเคลียร์หนี้ แต่ขอให้pressure แรงกดดันจากราคาน้ำมันลดลงเร็วๆ กว่านี้ได้ไหม ค่าครองชีพมันสูงมากแล้ว
นโยบายไบโอดีเซลคือทางรอดในระยะยาว ไม่ใช่แค่เรื่องprice ราคาแต่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ
จุดสำคัญคือการใช้ข้อมูลแค่ครึ่งเดือนในการคำนวณรอบใหม่ ทำให้สามารถตอบสนองquickly อย่างรวดเร็วต่อการเปลี่ยนแปลง นี่คือก้าวที่ดี