ยศชนัน ชูนวัตกรรมพลิกเศรษฐกิจ เปิดมหาวิทยาลัยรับทุกคนอัพสกิล-รีสกิล
ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าแผนใหญ่เพื่อพลิกโฉมบทบาทของมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนinnovation และเศรษฐกิจของประเทศ โดยตั้งเป้าใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยระดับลึกจากนักศึกษาปริญญาเอกและโท สร้างองค์ความรู้ใหม่ แล้วเชื่อมโยงไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม
แผนงานนี้ไม่เพียงเน้นการสนับสนุนresearch ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วยงบประมาณของ อว. แต่ยังเตรียมสร้างช่องทางให้ทุนจากภาคเอกชน เช่น Angel Fund และ Venture Capital เข้ามาช่วยในระยะต่อมา เพื่อให้โครงการที่ต้องใช้funding ก้อนใหญ่สามารถดำเนินต่อไปได้ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิด ‘พื้นที่กลาง’ อย่าง Maker Space หรือ Coworking Space ที่นักคิดและนักปฏิบัติสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนงานวิจัยในห้องแล็บให้กลายเป็นeconomic impact ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ เช่น เศรษฐกิจสุขภาพ เวชศาสตร์ฟื้นฟู สมุนไพร และจีโนมิกส์ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอย่างชิปโฟโตนิกส์ ดาต้าเซนเตอร์ และ AI ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ อว. ยังผลักดันให้มหาวิทยาลัยเปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่นักศึกษา แต่รวมถึงผู้สูงอายุและศิษย์เก่าที่ต้องการupskill หรือreskill เพื่อรองรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเน้นการสร้างระบบ Open Data และรัฐบาลดิจิทัล เพื่อลดcorruption และเพิ่มpublic trust ในภาครัฐ ทั้งหมดนี้คือความพยายามสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ครบวงจรและยั่งยืน
ถ้าจริงจังเรื่องfunding ทุนวิจัยจริง มหาวิทยาลัยควรลดพิธีกรรมและเพิ่มการสนับสนุนทางเทคนิคให้เราได้ทำงานจริง
ดีใจที่เน้นเรื่องสุขภาพและสมุนไพร ถ้าทำได้จริง นี่อาจเป็นnew โอกาสใหม่ของชุมชนบ้านนอกเรา
พูดถึง AI และชิปเยอะ แต่คนที่ต้องreskill รีสกิลอย่างเรา ไม่รู้จะเรียนที่ไหน แล้วใครออกค่าใช้จ่าย?
คำพูดดูดี แต่ถ้าไม่เปลี่ยนระบบประเมินผลงานวิจัยจากแค่ตีพิมพ์เป็นการสร้างimpact ผลกระทบจริง ก็คงจบแค่แผนงานอีกฉบับ
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา มหาวิทยาลัยก็อยู่กลางเมืองแต่กลับปิดกั้นคนนอก ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเป็นพื้นที่ร่วมให้ทุกคนupskill พัฒนาทักษะได้
การเชื่อม Open Data กับรัฐบาลดิจิทัลน่าสนใจ แต่ต้องไม่ลืมเรื่องcybersecurity ความปลอดภัยไซเบอร์ด้วย ไม่งั้นอาจกลายเป็นช่องโหว่