แมวส้มคลั่งกัดเจ้าของบนรถไฟ หยุดวุ่น 20 นาที แต่ไม่ใช่ต้นเหตุขบวนล่าช้า 7 ชั่วโมง
เหตุการณ์วุ่นวายบนขบวนรถเร็วที่ 169 เส้นทางกรุงเทพฯ–ยะลา เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 เกิดจากpet ของผู้โดยสารที่นำขึ้นรถไฟในกระเป๋ามีอาการคลุ้มคลั่ง ไล่กัดและข่วนเจ้าของจนได้รับบาดเจ็บเลือดไหล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลัง 3 นายใช้ผ้าปูเตียงล้อมจับเป็นเวลานานกว่า 20 นาที ก่อนควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ
สัตว์ดังกล่าวเป็นแมวสีส้มพันธุ์ต่างประเทศ ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ามีพฤติกรรมดุร้ายและมีstrength มากกว่าแมวทั่วไป จนเจ้าของไม่สามารถควบคุมได้ในที่แคบ ขณะที่เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาการคลุ้มคลั่งอาจเกิดจากความร้อนสะสมใน และความเครียดจากการเดินทางไกลเกิน 10 ชั่วโมง ทำให้แมวเกิดstress สะสมจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
แม้เหตุการณ์จับแมวจะสร้างความวุ่นวาย และทำให้ขบวนรถต้องหยุดชั่วคราว แต่official ยืนยันว่า ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ขบวนรถล่าช้าถึง 7 ชั่วโมง 10 นาที เพราะระหว่างทางรถจักรเกิดbreakdown ถึงสองครั้ง ซึ่งใช้เวลานานในการซ่อมแซม ผู้โดยสารรายหนึ่งระบุว่า ความล่าช้าน่าหงุดหงิด แต่ก็เข้าใจ เพราะแมวเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ
ทั้งนี้ กฎระเบียบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ระบุชัดว่าอนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเฉพาะตู้โดยสารชั้น 2 และ 3 ประเภทพัดลม ห้ามอย่างเด็ดขาดในตู้ปรับอากาศหรือตู้นอน ต้องใส่กรงหรือกระเป๋าแข็งปิดมิดชิด มีแผ่นรองกันเปื้อน และต้องไม่ดึงออกมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 90 บาทต่อกรงตามระยะทาง พร้อมเตือนว่าสัตว์พันธุ์ดุร้ายหรือขนาดใหญ่ห้ามนำขึ้นโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของpublic ทุกคน
แมวเครียดเพราะอากาศร้อนจริง แต่ถ้ามันดุขนาดนี้ ควรห้ามขึ้นตั้งแต่ต้นสถานีนะrisk ความเสี่ยงเกินไป
รถจักรพัง 2 ครั้งเนี่ยสิ ต่างหากที่ทำให้ล่าช้า ไม่ใช่แมว รฟท. ควรอัปเดตreport รายงานเหตุขัดข้องให้ชัด
สงสารแมวจัง เดินทางไกล ร้อน แล้วก็กลัว ใครจะไม่เครียดบ้างล่ะtrust ความเชื่อมั่นต่อระบบขนส่งก็ต้องฝึกกันไป
ใช้ผ้าปูเตียงจับแมว? ฟังดูตลกแต่ก็สมเหตุสมผล อย่างน้อยก็ไม่ใช้ไม้เรียว ขอชื่นชมresponse การตอบสนองที่สงบ
ค่ากรง 90 บาท แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ค่าdamage ความเสียหายแพงกว่าเยอะนะ ควรคิดให้ดีก่อนนำสัตว์ขึ้น
ประเด็นคือ ทำไมถึงปล่อยให้แมวสายพันธุ์ต่างประเทศขึ้นโดยไม่ตรวจสอบให้ดี แล้วแบบนี้pressure แรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ