สงกรานต์ยุคอีวีเดือด แย่งชาร์จไฟ-รอนานหลายชั่วโมง สะท้อนช่องว่างโครงสร้างพื้นฐาน
เทศกาลสงกรานต์ปีนี้กลายเป็นเครื่องทดสอบความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า เมื่อผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากต้องเผชิญกับ pressure อย่างหนักจากการแย่งคิวชาร์จไฟตามสถานีต่างๆ ทั้งบนทางด่วนและจุดพักรถ บางแห่งต้องรอคิวนานกว่า several hours จนเกิดเหตุโต้เถียง และแม้ไม่มีรายงานการต่อยกันจริง แต่บรรยากาศของความตึงเครียดก็ลุกลามไปทั่วโซเชียล
ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงช่องว่างระหว่าง demand ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กับการวาง plan โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่ทันท่วงที ผู้บริโภคหลายรายเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบ และเรียกร้องให้ภาครัฐพิจารณา price ค่าชาร์จไฟที่ยังไม่เป็นธรรม พร้อมเสนอให้ลด tax พลังงานเพื่อกระจายภาระอย่างเท่าเทียม
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชี้ว่า ความตื่นตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควรมาพร้อมกับการปรับ market พลังงานโดยรวม ไม่ใช่แค่การส่งเสริมการซื้อรถ แต่ต้องมีการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า จุดชาร์จเร็ว (fast charging) และการบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ เพื่อลด risk ที่อาจลุกลามไปถึงระบบไฟฟ้าหลัก
ขณะนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มสั่นคลอน แม้หลายฝ่ายยังมองว่าเป็นปัญหาชั่วคราว แต่หากไม่มี response ที่ชัดเจนและรวดเร็วจากรัฐและผู้ให้บริการ ความตั้งใจในการผลักดันยุคอีวีอาจถูกมองว่าขาดความเป็นจริง และกลายเป็นภาระแทนโอกาสทาง economic
รอชาร์จ 3 ชั่วโมง แลกกับการได้ไปเล่นน้ำแค่ครึ่งวัน มันไม่คุ้มกันแล้วนะ cost ต้นทุน ของความยั่งยืนเริ่มสูงเกินไป
ส่งเสริมอีวีอย่างเดียวแต่ไม่คิดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน มันเหมือนขายฝันให้คนมีรถ แล้วทิ้งให้เราเผชิญ pressure แรงกดดัน เอง
ถ้ารัฐไม่รีบวาง plan แผน ระยะยาว ปีหน้าสงกรานต์คงต้องพกเครื่องปั่นไฟไปด้วย
เคยเชื่อว่าอีวีคืออนาคต แต่ตอนนี้เริ่มสงสัยว่า อนาคตมันติด traffic jam ไฟแดง อยู่ที่หัวลำโด่หรือเปล่า
เราไม่ได้ต้องการรถหรู แค่อยากเดินทางปลอดภัยและไม่ต้องมานั่งวัดใจกับ battery แบตเตอรี่ ที่เหลือ 10%
ต้องถามว่า แล้วรายได้จาก tax ภาษี น้ำมันที่ลดลงจะชดเชยยังไง ถ้าไม่มีการรื้อโครงสร้างพลังงานจริงๆ