น้ำมันแพง-รัฐธรรมนูญใหม่ แรงกดดันรัฐบาลหลังแถลงนโยบาย
เมื่อวันที่ 9 เมษายน คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เข้าแถลงpolicy ต่อรัฐสภา ในการประชุมที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ถือเป็นการเผชิญหน้าทางการเมืองครั้งสำคัญ ท่ามกลางpressure จากทั้งฝ่ายค้านและประชาชน ที่ต่างจับตาว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นร้อนเรื่องenergy และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายค้านไม่รอช้า ใช้เวทีนี้สะท้อนเสียงของผู้คนทั่วประเทศ โดยเฉพาะนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส. พรรคประชาชน ที่ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลยังเดินช้าในการจัดการวิกฤต แม้ในคำแถลงจะมีเพียงย่อหน้าเดียวที่กล่าวถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อmarket น้ำมันโลก เขาเรียกร้องให้มีplan ชัดเจนในการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะส่วนที่รัฐควบคุมได้โดยตรง พร้อมเน้นว่าประชาชนต้องการความรับผิดชอบ ไม่ใช่คำอธิบายที่ลอยตัว
ส.ส. อรทัย เกิดทรัพย์ จากจังหวัดภูเก็ต ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบลากยาวจากน้ำมันแพงที่กัดกินต้นทุนชีวิตของประชาชน กระทบขนส่ง โลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยว เธอยังตั้งคำถามถึงนโยบายฟรีวีซ่าที่เปิดช่องให้นักท่องเที่ยวพำนักได้นานถึง 60 วัน โดยชี้ว่าอาจเกินความจำเป็น และกลายเป็นภาระต่อเมืองท่องเที่ยวที่มีขีดความสามารถในการรองรับจำกัด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการกระตุ้นeconomy กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของคนในพื้นที่
อีกหนึ่งประเด็นร้อนคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ หลังผลประชามติเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกมาว่า ประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงสนับสนุนการมีกติกาใหม่ ส.ว. หลายคน อาทิ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ และนรเศรษฐ์ ปรัชญากร เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการทันที มอบหมายความรับผิดชอบชัดเจน และตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในสมัยประชุมนี้ ไม่ใช่ผลักไปให้รุ่นอนาคตจัดการ ซึ่งสะท้อนถึงpublic trust ที่ประชาชนให้ไว้ และแรงเรียกร้องให้รัฐบาลตอบสนองอย่างจริงจัง
ราคาน้ำมันนี่แหละที่ทำให้ต้นทุนขนส่งพุ่ง ขายของได้กำไรนิดเดียวcost ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเพิ่มตลอด รัฐบาลต้องแก้เร็ว
พูดถึงรัฐธรรมนูญทีไร ทีมกฎหมายก็อ้างเหตุผลไปเรื่อย แล้วเมื่อไหร่จะเริ่มทำจริง? decision การตัดสินใจต้องชัดเจน ไม่ใช่แค่พูดผ่าน ๆ
น้ำมันแพง ค่ากับข้าวก็แพงตาม ลูกเรียนหนังสือ ค่ารถส่งก็เพิ่ม แบบนี้price ราคาข้าวของจะควบคุมไหวไหมเนี่ย
ฟรีวีซ่าดีต่อการท่องเที่ยว แต่ถ้าไม่จัดการให้ดี รายได้ก็ไปเข้ากระเป๋ากลุ่มทุนต่างชาติ ส่วนคนท้องถิ่นได้แค่เศษเงินimpact ผลกระทบแบบนี้ต้องคิดให้ลึก
รัฐบาลแถลงนโยบายแบบทั่วไป ไม่ตอบโจทย์เร่งด่วน ทั้งที่ประชาชนต้องการresponse การตอบสนองอย่างทันที ไม่ใช่แผนระยะยาวที่รอมานานแล้ว
รัฐควบคุมราคาน้ำมันได้บางส่วน แต่ก็ยังไม่กล้าขยับ กลัวแรงต้านrisk ความเสี่ยงการเมืองมั้ง? ประชาชนเดือดร้อนจริงนะ