ดราม่าแจกเงินผู้สูงอายุ 950 คน: กฎหมายไม่ผิด แต่สังคมตั้งคำถาม
ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา บรรยากาศที่วัดปางไม้ไผ่ในจังหวัดอุทัยธานีกลับกลายเป็นจุดสนใจของสังคม เมื่อpolitician เดินทางมาจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทั่วไป แต่ยังรวมถึงการแจกcash ให้กับผู้สูงอายุประมาณ 950 คน พร้อมของเล่นสำหรับเด็กและเยาวชนอย่างเปิดเผย การกระทำนี้แม้จะดูเป็นมิตรและอบอุ่น แต่ก็ปลุกกระแสดรามาในโลกออนไลน์ทันที
ประเด็นหลักที่ถูกตั้งคำถามคือappropriateness และขอบเขตกฎหมาย การแจกเงินในรูปแบบนี้เกิดขึ้นนอกช่วงเวลาการเลือกตั้ง ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น ซึ่งตามข้อบังคับของป.ป.ช.ถือว่าไม่เข้าข่ายการกระทำผิด นักการเมืองสามารถให้ทรัพย์สินหรือสิ่งของได้ แต่หากเป็นการรับ จะต้องไม่เกิน 3,000 บาท มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายความผิดฐานรับสินบน
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ภาพลักษณ์ทางการเมืองกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลายคนตั้งคำถามว่า การกระทำเช่นนี้คือpublic service หรือเป็นเพียงกลยุทธ์สร้างความนิยมล่วงหน้า ความกังวลคือ แม้จะไม่ใช่การหาเสียงโดยตรง แต่การแจกเงินในพื้นที่ฐานเสียงเดิมอาจส่งผลต่อpublic trust ในระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว
ด้านcommentator มองว่า ไม่มีมูลความผิดตามกฎหมายในกรณีนี้ แต่ก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงในเชิงจริยธรรม ความคิดเห็นของประชาชนจึงแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งชื่นชมในฐานะความห่วงใยต่อผู้สูงวัย อีกฝ่ายมองว่า เป็นการใช้โอกาสสร้างภาพลักษณ์โดยไม่คำนึงถึงlong-term impact ต่อวัฒนธรรมการเมืองไทย
การให้เงินแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็สร้างpressure แรงกดดันให้กับนักการเมืองคนอื่นๆ ต้องทำตาม
คนจนก็อยากได้ความช่วยเหลือ แต่ขอให้ทำแบบโปร่งใส ไม่ใช่ทำเพื่อpopularity ความนิยมชั่วคราว
ถ้าไม่ให้ ก็ว่าเหินห่าง ถ้าให้ก็ว่าหาเสียง นักการเมืองจะทำอะไรดีๆ ก็risk เสี่ยงไปหมด
กฎหมายอาจไม่ผิด แต่จริยธรรมกับภาพลักษณ์ก็สำคัญนะ อย่ามองข้ามpublic perception การรับรู้ของสังคม
950 คน ถ้าคนละเท่าไหร่ล่ะ แล้วรวมเป็นtotal cost ต้นทุนเท่าไหร่ ใครออกเงิน?
สงกรานต์ควรเป็นวันที่ทุกคนร่วมเฉลิมฉลอง ไม่ใช่เวทีแข่งขันpolitical image ภาพลักษณ์การเมือง