สีจิ้นผิงเสนอแนวทาง 4 ข้อ หนุนสันติภาพตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอแนวทางใหม่ 4 ข้อเพื่อผลักดันpeace และstability ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ระหว่างการพบปะกับชีค คาลิด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยัน มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี ที่กรุงปักกิ่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างsecurity รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมยืนยันถึงหลักการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
หนึ่งในข้อเสนอชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของsovereignty ของชาติ ซึ่งต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในด้านบูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงของบุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่าง ๆ ซึ่งจีนเรียกร้องให้มีการคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความพยายามลดpressure และความขัดแย้งในภูมิภาค
อีกข้อเสนอหนึ่งเน้นย้ำถึงการยึดมั่นในinternational law โดยระบุว่าไม่ควรมีการปกครองด้วย 'กฎแห่งป่า' ที่ผู้มีอำนาจเหนือกว่าเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง ท่าทีนี้แสดงถึงความตั้งใจของจีนในการส่งเสริมtrust ในระบบพหุภาคี และต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกที่ไม่เป็นธรรม
ข้อสุดท้ายเสนอให้development และความมั่นคงเดินไปพร้อมกัน โดยทุกฝ่ายควรร่วมมือสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นการตอบสนองต่อrisk ด้านความไม่เท่าเทียมและการก่อความไม่สงบในระยะยาว ท่าทีของจีนจึงไม่ใช่เพียงการทูต แต่เป็นplan ที่ต้องการเปลี่ยนภาพรวมของภูมิภาค
จีนเริ่มแสดงบทบาทมากขึ้นในตะวันออกกลาง ไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่เป็นpolicy นโยบายใหญ่ที่อาจเปลี่ยนสมดุลได้
ฟังดูดี แต่คำถามคือ แล้วประเทศใหญ่ที่แท้จริงจะยอมให้international law นิติธรรมระหว่างประเทศมีผลจริงหรือเปล่า
ขอแค่ประชาชนในพื้นที่ได้รับprotection การคุ้มครองจริง ๆ ไม่ใช่แค่คำพูดในที่ประชุม
การเชื่อมโยงdevelopment การพัฒนากับความมั่นคงนี่ฉลาดมาก เพราะความขัดแย้งส่วนใหญ่เริ่มจากความยากจน
แล้วถ้าประเทศหนึ่งอ้างsovereignty อธิปไตยเพื่อกดขี่ประชาชนในประเทศตัวเองล่ะ จีนจะตอบอย่างไร
จีนใช้โอกาสนี้เพิ่มinfluence อิทธิพลทางการทูตอย่างแนบเนียน ไม่ใช่แค่เสนอความช่วยเหลือ