ข้าวแกงอาจถึงจานละ 120 บาท หลังฮอร์มุซปิด-ปุ๋ยขาดแคลน
การเคลื่อนไหวทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ประกาศส่งเรือรบปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้market โลกสั่นคลอนทันที ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อการขนส่ง แต่ยังต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิตทางการเกษตรในไทยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการนำเข้าปุ๋ยเคมีที่มากกว่า 40% ผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่า ความล่าช้าในการจัดหาปุ๋ยอาจทำให้price อาหารในประเทศพุ่งถึงจานละ 120 บาทในไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่สต๊อกปุ๋ยของรัฐที่มีอยู่เพียงพอถึงเดือนเมษายน 2569 เท่านั้น ทำให้เกิดrisk ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ เพราะปุ๋ยที่เก็บไว้นานเกิน 2 ปี จะมีประสิทธิภาพเหลือไม่ถึง 10%
รัฐบาลจึงเผชิญpressure อย่างหนักที่ต้องตอบสนองทั้งระยะสั้น กลาง และยาว โดยเสนอให้แสดงจุดยืนเป็นกลางในเวทีโลก พร้อมเร่งเจรจากับจีนและรัสเซียเพื่อเพิ่มการนำเข้าปุ๋ย ควบคู่กับการกระจายแหล่งจัดหาและจัดทำระบบสำรองที่มีการติดตามreport สต๊อกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อรักษาpublic trust แม้มาตรการเช่น ปุ๋ยคนละครึ่ง หรือบัตรดินดี จะถูกนำมาใช้แล้วก็ตาม
ในระยะยาว ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เปลี่ยนแนวคิดการเกษตรจากพึ่งพาปุ๋ยเคมีมาเป็นการจัดการธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมระบบเกษตรเชิงนิเวศที่ผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมกับนวัตกรรมจุลินทรีย์ พร้อมผลักดันให้ไทยสามารถผลิตปุ๋ยเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นplan ที่ช่วยลดimpact จากวิกฤตภายนอกในอนาคต และทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารอย่างแท้จริง
ถ้าปุ๋ยหมดอายุจริง ใช้ไปก็เท่ากับเปลืองเงินฟรี รัฐต้องตรวจสอบquality คุณภาพให้ดีก่อนแจก
ข้าวแกง 120 บาทเนี่ยเหรอ แล้วเงินเดือนทำไมไม่ขึ้นตามcost ต้นทุนแบบนี้ล่ะ
ประกาศเป็นกลางแต่สต๊อกปุ๋ยมีแค่เดือนเมษา? นี่มันwarning คำเตือนชัดๆ ว่าเตรียมการล้มเหลว
เกษตรกรต้องกลับไปใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักแล้วล่ะ ทางรอดเดียวที่ไม่ต้องพึ่งของนอก
ถ้าราคาoil น้ำมันขึ้น ทุกอย่างก็ขึ้นหมด นี่คือห่วงโซ่ที่ตัดไม่ขาด
ทำไมต้องรอวิกฤตทุกครั้งถึงจะคิดเรื่องความมั่นคงด้านอาหาร? นี่ไม่ใช่เรื่องnew ใหม่แต่ทำไมยังไม่เรียนรู้