ญี่ปุ่นประกาศทุ่ม 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเพื่อนบ้านเอเชีย โดยเฉพาะอาเซียน ในการจัดหาพลังงาน
ญี่ปุ่นประกาศแผนใหม่มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน ให้สามารถsecure ได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของsupply ที่เกิดจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เผยว่าประเทศในภูมิภาคพึ่งพาซึ่งกันและกันผ่านห่วงโซ่อุปทาน และการร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจภูมิภาค
ความช่วยเหลือดังกล่าวเน้นไปที่การสนับสนุนcrude oil และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญความrisk สูงจากการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ที่ขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียเกือบ 90% กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า มูลค่าความช่วยเหลือเทียบเท่ากับannual import ของประเทศอาเซียนตลอดหนึ่งปี
เงินทุนจะมาจากองค์กรภาครัฐ เช่น ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) บริษัทประกันการส่งออกและการลงทุนแห่งญี่ปุ่น (NIVSI) และร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างมีimpact ผู้นำจากฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม บังกลาเทศ และเกาหลีใต้ ต่างแสดงsupport ต่อโครงการนี้อย่างชัดเจน
แม้ญี่ปุ่นจะยังมีreserves เพียงพอสำหรับ 254 วัน แต่การปล่อยน้ำมันสำรองออกมาแล้วถึง 50 วันเมื่อเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงpressure ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทาคาอิจิย้ำว่าแผนนี้จะไม่กระทบต่อปริมาณน้ำมันในประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างtrust และความมั่นคงพลังงานร่วมกันในภูมิภาค
แผนนี้อาจช่วยลดdependence การพึ่งพาตะวันออกกลางได้ แต่ต้องดูว่าเงินจะกระจายจริงหรือเปล่า
แทนที่จะช่วยเรื่องน้ำมัน ควรลงทุนในพลังงานrenewable หมุนเวียนให้ประเทศเหล่านี้มากกว่า
น่าแปลกที่ญี่ปุ่นประกาศช่วยอาเซียน ทั้งที่ตัวเองก็ใช้น้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซเหมือนกันหน้าซื่อใจคดหรือเปล่า
1 หมื่นล้านดอลลาร์เทียบกับmarket ตลาดน้ำมันโลกถือว่าน้อย แต่ถ้าใช้ดีก็อาจสร้างผลลัพธ์ได้
แล้วราคาน้ำมันในประเทศเราล่ะ จะลดลงไหม หรือแค่การเมืองโชว์gesture ท่าที
ถ้าอาเซียนเข้มแข็งขึ้น ห่วงโซ่อุปทานก็จะแข็งแรงขึ้น นี่คือlong-term ผลระยะยาวที่ควรสนับสนุน