“ดร.ณัฏฐ์” โต้ “ไอซ์ รักชนก” ปมตามหา “สุชาติ” ชี้ไม่เหมาะสม-ยันข้อหาค้ามนุษย์ไร้มูล
ในเวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลเมื่อต้นเดือนเมษายน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส. พรรคประชาชน ได้โพสต์ตามหานายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลางห้องประชุม จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ ล่าสุด ดร.ณัฏฐ์ นักกฎหมายมหาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นpressure ที่ไม่เหมาะสมในเชิงมารยาททางการเมือง และไม่ก่อให้เกิดpublic trust เนื่องจากนายสุชาติอยู่ในห้องรับรองและรับฟังการอภิปรายตลอดเวลา
ดร.ณัฏฐ์ ย้ำว่า การนำประเด็นเก่าที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับpolicy โดยตรงมาอภิปราย ย่อมไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเวที พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องคดี 'เบอรี่เลือด' หรือการค้ามนุษย์ที่มีมูลค่าเกี่ยวข้อง 36 ล้านบาท โดยระบุว่า ไม่เป็นความจริง และไม่มีมติจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จะตั้งข้อกล่าวหาหรือส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งถือเป็นreport ที่ชัดเจนจากกระบวนการตรวจสอบ
เขาย้ำว่า ข้อกล่าวหานี้เคยถูกตรวจสอบมาแล้ว และนายสุชาติไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ขณะเดียวกัน นายสุชาติเองก็ได้ยื่นฟ้องน.ส.รักชนกแล้ว ซึ่งศาลอาญาตลิ่งชันได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 27 เมษายน ถือเป็นการตอบโต้ทางกฎหมายที่ชัดเจน สะท้อนถึงrisk ที่นักการเมืองอาจต้องเผชิญหากใช้ข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหาถึงความล้มเหลวในการบริหารงาน เช่น ปัญหาฝุ่น PM 2.5 หรือสารพิษในแม่น้ำกก ดร.ณัฏฐ์ ชี้แจงว่า รัฐมนตรีมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การนิ่งเฉย ขณะที่ปัญหาไฟป่าเกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติและมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ การกล่าวหาว่าล้มเหลวจึงเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตที่เลื่อนลอย ไม่ได้อิงจากresult ที่เกิดขึ้นจริง หรือupdate สถานการณ์อย่างเป็นธรรม
การใช้ข้อหาเก่าที่ไม่มีevidence หลักฐานมาย้ำในเวทีสาธารณะ มันทำลายบรรยากาศการเมืองมากกว่าจะช่วยอะไรได้
ถ้าไม่มีมติ ป.ป.ช. ก็ควรหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่ใช่โยนaccusation ข้อกล่าวหาลอยๆ แล้วให้คนเชื่อ
แต่ประชาชนก็มีสิทธิ์ตั้งคำถามนะ ไม่ใช่พูดอะไรผิดนิดเดียวก็ฟ้องกลับทันที แบบนี้จะเหลือความรับผิดชอบทางการเมืองไหม
ฝ่ายค้านก็ควรเน้นที่ผลงาน ไม่ใช่เอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นประเด็นหลัก ทำให้ดูเหมือนไม่มีsubstance เนื้อหาเลย
ประเด็น PM 2.5 ก็จริง แต่การบริหารจัดการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องดูว่าทำอะไรไปบ้าง ไม่ใช่แค่ด่าอย่างเดียว
นี่แหละการเมืองไทย พอถูกตั้งคำถามก็ตอบด้วยการฟ้อง แทนที่จะตอบด้วยtransparency ความโปร่งใสและข้อมูล