ยศชนันชูนวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แจงวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยเปิดกว้างจนถึงผู้สูงอายุ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. แผนใหม่ ที่ใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเป็นcore ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่มูลค่าสูง ชี้ว่าประเทศต้องเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีเป็นผู้สร้าง โดยเน้นการเชื่อมโยงงานวิจัยเชิงลึกหรือdeep tech จากมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคอุตสาหกรรมอย่างมีระบบ เพื่อให้เกิดinnovation ที่ใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ระดับแนวคิดจนถึงการผลิต (TRL 1-9) ผ่านการผนวกpublic funding กับการลงทุนจากภาคเอกชน พร้อมผลักดันการจัดการintellectual property ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้นักวิจัยสามารถสร้างรายได้และแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเป็นธรรม
ด้านความมั่นคง รัฐบาลเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ไทยมีindependence ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ขณะเดียวกันก็เตรียมใช้quantum communication เพื่อเสริมความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นemerging field ที่ต้องเร่งศึกษาและพัฒนาอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังวางเป้าหมายให้ ‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ หรือwellness economy เป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ โดยใช้จุดแข็งด้านการแพทย์ไทยและวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพ ผนวกกับนวัตกรรมเช่นgene therapy และการผลิตชิปประมวลผลใน Data Center เพื่อสร้างงานใหม่ และลดinequality ผ่านระบบการศึกษาที่เปิดกว้างสำหรับทุกวัย
แผนดูดี แต่ต้องดูว่าimplementation การดำเนินการจะตามทันหรือเปล่า งบประมาณและแรงงานมีเพียงพอไหม
สุดท้ายก็ต้องลงที่human capital ทุนมนุษย์จริงๆ มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนจริง ไม่ใช่แค่พูด
การสื่อสารควอนตัมฟังดูไกลตัว แต่ถ้าไม่เริ่มวันนี้ พรุ่งนี้เราอาจfall behind ตามไม่ทันจริงๆ
แล้วคนทั่วไปอย่างเราได้อะไร? ถ้าcost ราคาการรักษาด้วยยีนยังแพง ก็คงไม่ต่างจากเดิม
T-CAS ควรจะลดความเหลื่อมล้ำ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นpressure แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นแทน
เศรษฐกิจเวลเนสอาจเป็นreal opportunity โอกาสจริงถ้าทำจริง ไม่ใช่แค่โมเดลนำร่องแล้วหาย