ราคาทองคำโลกปรับตัวสูงขึ้น จากแรงหนุนความพยายามทูตสหรัฐ-อิหร่าน
ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในเช้าวันพฤหัสบดี (16 เม.ย. 69) หลังจากสหรัฐและอิหร่านเริ่มผลักดันความพยายามทางการทูตเพื่อยืดอายุข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง ซึ่งช่วยคลายpressure ด้านเงินเฟ้อที่รุนแรงจากความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ แม้เส้นทางเดินเรือยังคงติดขัดและราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง
ตามรายงานของบลูมเบิร์ก ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับprice 4,812.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ความพยายามเจรจาระหว่างสองชาติเริ่มก่อตัวขึ้นหลังการพูดคุกเบื้องต้นในปากีสถาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตจำนงในprinciple ที่จะเดินหน้าทางการทูตต่อไป แม้ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนก็ตาม
อย่างไรก็ตามrisk ยังคงมีอยู่ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านสำคัญของน้ำมันดิบโลก ยังถูกปิดกั้นบางส่วน โดยสหรัฐปิดล้อมเรืออิหร่าน ในขณะที่อิหร่านก็จำกัดการเดินเรือของชาติอื่น ซูคิ คูเปอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ระบุว่า ตลาดยังคงต้องจับตาtrust ที่เปราะบาง และปัจจัยด้านสภาพคล่องที่อาจกดดันราคาทองคำต่อไป
ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นสหรัฐทำนิวไฮ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนตัวลงเล็กน้อย สะท้อนว่าผู้ลงทุนเริ่มหันกลับมาสนใจทองคำอีกครั้ง โดยกองทุนอีทีเอฟที่ถือทองคำเพิ่มการลงทุนราว 25 ตันในเดือนนี้ หลังจากเทขายออกไปเกือบ 94 ตันในเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นreport ที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางของmarket อย่างชัดเจน
ราคาขึ้นแค่นิดเดียว แต่แรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ยังหนักอยู่นะrisk ความเสี่ยงยังไม่หมด
ทองไม่มีดอกเบี้ย แต่ตอนนี้คนกลับมาถือเพราะกลัวเงินเฟ้อ ตลาดเริ่มไม่มั่นใจแล้วtrust ความเชื่อมั่นลดลง
แม้จะมีplan แผนทูตใหม่ แต่ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ น้ำมันยังแพง นี่คือแรงผลักดันสำคัญ
เฟดยังไม่ลดดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยังสูง ทองคำเลยขึ้นช้า แม้pressure แรงกดดันภายนอกจะเพิ่ม
ลูกค้าเริ่มถามถึงทองมากขึ้น แสดงว่าเริ่มไม่ไว้ใจตลาดหุ้นแล้วล่ะmarket ตลาดเริ่มสั่น
ตกลงนี่สงครามจะจบจริงหรือเปล่า หรือแค่พูดให้ตลาดนิ่งก่อนแล้วกลับมาสู้ต่อ? report รายงานแบบนี้ฟังดูไม่ชัดเจน