YouTube เปิดฟีเจอร์ให้พ่อแม่ตั้งค่าบล็อกฟีด Shorts สกัดปัญหาเด็กติดจอ

YouTube เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ให้ผู้ปกครองสามารถตั้งค่าlimit เวลาดูวิดีโอสั้น หรือ Shorts ได้รายวัน พร้อมเพิ่มตัวเลือกสำคัญคือการตั้งเวลาเป็น "0 นาที" เพื่อblock ฟีดวิดีโอสั้นอย่างเด็ดขาด ถือเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเรื่องเด็กติดหน้าจอที่เพิ่มสูงขึ้นในยุคดิจิทัล

การอัปเดตนี้ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมเวลา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหญ่ในการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยเฉพาะการใช้family ที่ปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น ผู้ปกครองสามารถสร้างบัญชีภายใต้การดูแล (Supervised Account) ผ่านแอปได้ในไม่กี่ขั้นตอน และกำหนดขอบเขตเนื้อหาให้เหมาะสมตามวัยของลูกได้ทันที

ฟีเจอร์ที่เน้นการตั้งค่าเป็น 0 นาที มีจุดประสงค์ชัดเจน: ตัดโอกาสที่เด็กจะถูกดูดเข้าสู่algorithm ที่ออกแบบมาเพื่อเรียกร้องความสนใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักทำให้ลืมเวลาและละเลยกิจกรรมสำคัญ เช่น การทำการบ้าน หรือการพักผ่อน บริษัทชี้ว่าการควบคุมเช่นนี้ช่วยให้ผู้ปกครองregain อำนาจในการดูแลพฤติกรรมออนไลน์ของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากเครื่องมือดิจิทัล นพ. การ์ธ เกรแฮม ผู้อำนวยการด้านสุขภาพของ YouTube เสนอแนวทาง 5 ข้อให้ผู้ปกครองใช้ร่วมกัน เช่น การเปิดใจพูดคุย การดูวิดีโอไปพร้อมกัน และการตั้งกติกาชัดเจน พร้อมเน้นย้ำว่าการสร้างbalance ดิจิทัลสำคัญกว่าการตัดขาดเทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิง เพราะเป้าหมายคือการปลูกฝังวินัยและความตระหนักรู้ ไม่ใช่การห้ามแบบหัวชนฝา

ปฏิกิริยา 7

  • แม่ลูกสอง

    ดีใจที่มีฟีเจอร์นี้สักที ลูกเราติด Shorts ขนาดตั้งลิมิตไว้แล้วยังขอต่ออีกตลอดexhausting

  • พ่อเมือง

    ตั้ง 0 นาทีได้ก็ดี แต่จริงๆ แล้วควรออกแบบฟีดไม่ให้เสพติดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ให้พ่อแม่มาตามแก้ทีหลังresponsibility ควรอยู่ที่แพลตฟอร์มด้วย

  • ติ่งเทคโนโลยี

    กูเกิลทำดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังช้าไปนะ สมควรออกฟีเจอร์แบบนี้ตั้งแต่ปีก่อนแล้วupdate ทีหลังเกินไป

  • ครูพิม

    ได้ยินมาว่าเด็กหลายคนหลับในคาบเพราะดูวิดีโอทั้งคืน ถึงเวลาที่ต้องมีintervention จริงจังแล้ว

  • ป้าอ้อย

    เราใช้บัญชีเดียวกันในบ้าน ถ้าบล็อก Shorts แล้วคนโตจะดูอะไรดีล่ะ นี่มันการแลกเปลี่ยนที่ต้องคิดหนัก

  • นักสังเกต

    สังเกตว่า YouTube เริ่มเน้นความปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่มีpressure จากสังคมและรัฐสภา

  • ลูกศิษย์เก่า

    เราโตมากับยูทูบแบบเปิดกว้าง แต่เด็กยุคนี้ต้องการguidance มากกว่าแค่เนื้อหา

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]