กองทุนน้ำมันฯ อ่วมหนัก ติดลบ 61,705 ล้านบาท แบกชดเชยดีเซลวันละ 185 ล้านบาท
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยอยู่ในภาวะrisk สูง หลังล่าสุดมีdeficit พุ่งถึง 61,705 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลต้องใช้งบชดเชยราคาน้ำมันดีเซลวันละเกือบ 186 ล้านบาท เพื่อรักษาprice ให้คงที่ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
ความไม่แน่นอนทางgeopolitics ในตะวันออกกลางยังคงสร้างpressure ต่อตลาดพลังงาน แม้จะมีข่าวการเจรจาสันติภาพและการหยุดยิงระหว่างประเทศ แต่การที่สหรัฐฯ ขยายมาตรการปิดล้อมและคว่ำบาตรทางการเงินต่ออิหร่าน ทำให้ตลาดยังหวังแต่ก็หวาดกลัวไปพร้อมกัน ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ยังคงเคลื่อนไหวในระดับเกือบ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ไทยมีreserve น้ำมันเพียงพอใช้ได้ประมาณ 109 วัน แบ่งเป็นสำรองตามกฎหมาย 25 วัน และสำรองการค้าอีก 24 วัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการขาดแคลนในระยะสั้น แต่การพึ่งพาการนำเข้าอย่างต่อเนื่องทำให้market ภายในยังคงเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงภายนอก
แม้ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไทยจะต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย แต่การอุ้มราคาในรูปแบบนี้กำลังส่งผลให้public trust ต่อเสถียรภาพการคลังลดลง นักวิเคราะห์เตือนว่าหากไม่มีแผนใหม่หรือการปรับโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ภาระที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินย่อยในอนาคต
วันละ 185 ล้านบาท แล้วรวมเดือนนี้กี่พันล้านแล้วเนี่ย แบบนี้ไม่ต้องทำงบประมาณใหม่เลย แค่ตัดช่องชดเชยตรงนี้ออกก็เหลือเงินเพียบ
พูดเรื่องความเชื่อมั่นแต่ไม่ยอมขึ้นราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนจริง แล้วจะให้คนเชื่อว่าการเงินรัฐมั่นคงได้ยังไง ความเสี่ยงมันซ่อนอยู่ใต้พรมไง
ประเทศยังติดกับดักพลังงานฟอสซิล ทั้งที่โลกเขาหันไปใช้renewable พลังงานหมุนเวียนกันหมดแล้ว ถ้าไม่เร่งเปลี่ยน ปีต่อๆ ไปก็จะเจอวิกฤตแบบนี้ซ้ำอีก
แล้วเงินตรงนี้ใครออก ภาษีประชาชนทั้งนั้น เรียกช่วยเหลือแต่เหมือนเอาเงินคนจนไปให้คนมีรถใหญ่ใช้ฟรี
ตัวเลข 6 หมื่นล้านนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าเทียบกับงบดูแลสุขภาพหรือการศึกษา แล้วเราเลือกจะเทเงินไปที่น้ำมัน แบบนี้priority ลำดับความสำคัญผิดที่ผิดทางหรือเปล่า
รู้ว่ากองทุนติดลบ แต่ขอให้ยังช่วยคุมราคาต่อไปนะ ขับรถสิบล้อมาตลอด ถ้าขึ้นอีกจะไปรับส่งของยังไงไหว ชีวิตคนตัวเล็กๆ ก็อยู่กับfuel cost ต้นทุนเชื้อเพลิงทั้งนั้น