น้ำมันแพงพ่นพิษ! ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่ง ทำให้การต่อเครื่องหายไป
ราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อaviation industry ทั่วโลก สายการบินชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงเคแอลเอ็มของเนเธอร์แลนด์ ประกาศลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเที่ยวบินขากลับจากสนามบินชิโพลในอัมสเตอร์ดัมที่จะหายไปถึง 80 เที่ยว ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่
การปรับแผนครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัทเดียว แต่เป็นglobal trend ที่บริษัทวิเคราะห์การบินอย่าง Cirium Ltd ระบุว่า ความจุของอุตสาหกรรมการบินในเดือนพฤษภาคมจะลดลงราว 3% หมายความว่าหนึ่งในยี่สิบของmajor airlines ทั่วโลกต้องยกเลิกหรือปรับลดเส้นทาง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับcrisis ที่อาจลุกลามไปถึงฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์ที่สำคัญที่สุดของปี
รากของปัญหานี้เชื่อมโยงโดยตรงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้oil supply ทั่วโลกตึงตัว และยุโรปอาจเหลือfuel reserve ใช้ได้เพียงหกสัปดาห์เท่านั้น สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า อุตสาหกรรมการบินอาจเผชิญกับการขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินในไม่ช้า
ผลกระทบไม่ได้วัดแค่จากตัวเลขเท่านั้น แต่ยังสะท้อนผ่านประสบการณ์ของผู้โดยสารที่อาจต้องสูญเสียทางเลือกในการconnecting flights ที่เคยสะดวกสบาย หรือต้องเผชิญกับflight cancellation อย่างกระทันหัน เอ็ด บาสเตียน ซีอีโอของเดลต้า แอร์ไลน์ส ระบุว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 2,500 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ คือmajor challenge ที่ทุกสายการบินต้องรับมือ ขณะที่สหภาพยุโรปเร่งดำเนินการร่วมกันเพื่อป้องกันวิกฤตที่อาจลุกลาม
เส้นทางต่อเครื่องหายไปแบบนี้ หมายถึงเราจะต้องเสียเวลาและticket cost ค่าตั๋วเพิ่มอีกใช่ไหม นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแล้วนะ
ทีวีบอกว่าช่วงซัมเมอร์นี้จะท่องเที่ยวคึกคัก แต่ดูจากข่าวนี้แล้วกลัวว่าจะกลายเป็นtravel chaos ความวุ่นวายแทน
สายการบินอ้างแต่เรื่องต้นทุน แต่กำไรปีที่แล้วก็สวยแท้ๆ นี่เรียกexcuse ข้ออ้างหรือความจริงกันแน่
เคยบิน KLM กลับจากอัมสเตอร์ดัม ต่อเครื่องสะดวกมาก ถ้าลดเที่ยวลงจริง คงต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางใหม่หมด
แค่หกสัปดาห์สำรองนี่น่าตกใจมาก แสดงว่าความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรปไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิด
แล้วประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบไหม หรือแค่developed nations ชาติพัฒนาแล้วเท่านั้นที่มีเสียง
ช่องแคบฮอร์มุซนี่มันเป็นจุดสำคัญจริงๆ แค่ปิดนิดเดียว โลกก็สะเทือนไปหมด
สงสัยต้องเริ่มมองหาสายการบินโลว์คอสต์แล้วล่ะ ถ้าสายใหญ่เริ่มcut routes ตัดเส้นทางแบบนี้