ตั๋วแพง-ไฟลต์ล่ม ! เหตุสงครามดันราคาน้ำมันพุ่ง สู่โดมิโนยกเลิกเที่ยวบินทั่วโลก
ผู้โดยสารทั่วโลกกำลังเผชิญnightmare ที่ไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อต้องคอยcheck สถานะเที่ยวบินของตัวเองทุกนาที หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนกลายเป็นลูกโดมิโนทางเศรษฐกิจ ที่ปิดกั้นการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้fuel price พุ่งแตะระดับ 200 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,420 บาท จนสายการบินหลายแห่งไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้
ยุโรปได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เพราะมีdemand น้ำมันเครื่องบินถึง 25–30% ของโลก แต่มีสต๊อกสำรองใช้ได้เพียงเกินหนึ่งเดือนเท่านั้น ส่วนเอเชียก็ไม่รอด แม้อินเดียและจีนจะพยายามเป็นทางเลือกใหม่ แต่น้ำมันดิบที่เคยผ่านฮอร์มุซกว่า 84% มีปลายทางอยู่ที่เอเชีย ทำให้การหยุดชะงักครั้งนี้ส่งimpact อย่างรุนแรงต่อการผลิตและsupply น้ำมันเครื่องบินทั้งภูมิภาค
หลายสายการบินจึงต้องตัดสินใจcancel อย่างเร่งด่วน KLM ยกเลิกกว่า 160 เที่ยวในเดือนเมษายน ขณะที่สายการบินแบบlow-cost อย่าง Ryanair และ Wizz Air ต้องระงับเส้นทางใหม่ และหยุดขายตั๋วราคาถูกชั่วคราว เพราะโครงสร้างราคาเดิมไม่สามารถsustain ได้อีกต่อไป แม้แต่ Cathay Pacific และ HK Express ก็ประกาศลดเที่ยวบินลง 2–6% เพื่อจัดการทรัพยากรที่limited
ในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2026 มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,000 เที่ยว ครอบคลุมสนามบินหลักทุกแห่ง การบินไทยปรับขึ้นราคาตั๋ว 10–15% โดยเฉพาะเส้นทางไกลที่พุ่งเกิน 100,000 บาท พร้อมหันไปเน้นขนส่งcargo ส่วนไทยแอร์เอเชียหยุดบินเส้นทางกำไรต่ำ เช่น เซี่ยงไฮ้ และริยาด ขณะที่ไทยไลอ้อนแอร์ระงับเส้นทางไปอินชอนชั่วคราว แม้จะมีมาตรการต่าง ๆ แต่วันที่ 18 เมษายน เอเชียก็ยกเลิกเที่ยวบินถึง 407 เที่ยวในวันเดียว ผู้โดยสารตกค้างจำนวนมาก และhidden cost เช่น ที่พักหรือการนัดหมายที่ล้มเหลว กลับกลายเป็นภาระของผู้บริโภคเอง
เคยบินกรุงเทพฯ–แฟรงก์เฟิร์ต ตอนนี้ราคาพุ่งเกิน 100,000 บาท แทบไม่กล้ากดซื้อticket price ราคาตั๋วแบบนี้ใครจะรับไหว
สายการบินบอกยกเลิกเพราะเหตุสุดวิสัย แต่ค่าที่พักที่จองไว้ล่วงหน้าไม่คืนสักบาท แล้วใครจะรับผิดชอบhidden cost ค่าใช้จ่ายแฝงพวกนี้
เช็กแอปสายการบินทุกชั่วโมง กลัวว่าเที่ยวบินจะถูกcancel ยกเลิกตอนดึก แล้วจะไม่มีที่พัก
ฮอร์มุซปิดแค่ไม่กี่วัน แต่ทำให้global supply ห่วงโซ่อุปทานทั้งโลกสั่นสะเทือน นี่แหละพลังของเศรษฐกิจที่เชื่อมกัน
ยิ่งdemand ความต้องการสูง ยิ่งขึ้นราคาได้ สายการบินรู้ดี ตอนนี้เหมือนอยู่ในช่วง peak season ถึงแม้จะไม่ใช่
แล้วถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ตั๋วบินกลับบ้านในช่วงเทศกาลจะกลายเป็นเส้นทางชีวิตที่แพงเกินเอื้อมไหม
เคยคิดว่าสายการบินราคาประหยัดจะรอด แต่ตอนนี้low-cost แบบราคาถูกก็ต้องหยุดขายโปร แปลว่าทุกคนโดนหมด
ลูกชายติดที่สนามบินปักกิ่งสามวัน เพราะเที่ยวบินล่าช้าต่อเนื่องpassenger ผู้โดยสารแบบเราไม่มีใครเหลียวแล