สส.ปชน. เรียกร้องรัฐบาลผลักดันร่างกฎหมายสถานบริการเข้าสภา ปรับคำโบราณ-จัดโซนนิ่ง-ลดส่วย

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่รัฐสภาlawmakers นำโดย ภัณฑิล น่วมเจิม ร่วมกับ ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ และ จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ แถลงเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันlegislation ฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาของสภาโดยเร็ว หลังร่างดังกล่าวเคยถูกยื่นในสภาชุดก่อน แต่ต้องหยุดชะงักจากdissolution ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว และผู้เสนอเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการ เนื่องจากปัญหาไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นnational

ปัจจุบัน สถานบริการกว่า 80-90% ในไทยถือว่าเป็นillegal เนื่องจากระบบการขอlicense มีความซับซ้อนและล้าสมัย โดยร้านหนึ่งแห่งอาจต้องขอหลายใบจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เกิดความสับสน และมีโอกาสถูกofficials เรียกรับผลประโยชน์ หรือที่เรียกกันว่า 'ส่วย' มากถึง 10 หน่วยงานต่อเดือน ทั้งในพัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นภาระต้นทุนที่สูงมากสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย

อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือdefinition ที่ล้าหลังในกฎหมายฉบับเดิม เช่น คำว่า 'รำวง' 'รองเง็ง' หรือ 'โรงน้ำชา' ซึ่งไม่สอดคล้องกับร้านกาแฟสมัยใหม่ที่อาจเสิร์ฟalcohol หรือมีการแสดงดนตรีสด ขณะที่ปัญหาzoning ก็ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่หลายพื้นที่ไม่มีการกำหนดพื้นที่เปิดร้านชัดเจน ส.ส. เสนอให้local authorities มีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดพื้นที่ แทนที่จะให้กระทรวงกลางตัดสินทั้งหมด

ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้มุ่งเน้นการstreamline ให้เป็น One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวก ลดเวลาและความยุ่งยากในการขออนุญาต พร้อมป้องกันการunderground economy และปกป้องร้านที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง อย่างในย่านข้าวสารที่มีร้านกว่า 100 ร้าน แต่มีเพียง 6 ร้านที่มีใบอนุญาต และร้านเถื่อนมักเปิดเกินเวลาจนถึงตีสาม-ตีสี่ ทำให้ร้านที่ถูกกฎหมายเสียเปรียบ ผู้เสนอเน้นย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การban แต่คือการให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการresponsibility ต่อสังคมและเคารพกฎหมายอย่างเท่าเทียม

ปฏิกิริยา 6

  • ช่างสังเกต

    แค่เรื่องใบอนุญาตก็ปวดหัวแล้ว บางร้านต้องขอถึง 5-6 ใบbureaucracy แบบนี้ใครจะไปทำถูก

  • คนกลางคืน

    ถ้าจะแก้กฎหมายก็ต้องคิดถึงnoise ด้วยนะ ย่านสีลม ข้าวสาร ชาวบ้านทนมานานแล้ว

  • เจ้าของร้านเล็ก

    เราจ่ายภาษีครบ แต่ร้านข้างๆ ที่ไม่มีใบอนุญาตกลับเปิดถึงเช้า นี่คือunfair ที่ไม่เท่าเทียม

  • นักวิเคราะห์

    การให้อำนาจlocal government ดูแลโซนนิ่งอาจเวิร์ค แต่ต้องมีมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน

  • คนกรุง

    ถ้ากฎหมายนี้ผ่าน หวังว่าจะไม่ใช่แค่กฎหมายบนกระดาษแล้วไม่มีการบังคับใช้จริงเหมือนเรื่องอื่นๆ

  • ตามข่าวทุกวัน

    เดือนหน้าจะมีรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง หวังว่าประชาชนจะมีvoice ได้แสดงความเห็นจริงๆ ไม่ใช่แค่พิธีการ

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]