Samsung ขยับราคาในสหรัฐฯ สะเทือนตลาด! สัญญาณเตือน Apple อาจขยับราคาตาม
Samsung ปรับprice สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตหลายรุ่นในสหรัฐฯ แบบเงียบ ๆ โดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึง Galaxy Z Flip รุ่น 512GB ที่เพิ่มขึ้น 80 ดอลลาร์ และ Galaxy Tab S11 ซึ่งเริ่มต้นใหม่ที่ 900 ดอลลาร์ การขึ้นprice ครั้งนี้สะเทือนmarket เทคโนโลยีผู้บริโภคอย่างรุนแรง และถูกมองว่าเป็นสัญญาณเตือนถึงผู้เล่นรายใหญ่อื่น ๆ เช่น Apple
สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนหน่วยความจำ ซึ่งได้รับแรงpressure จากความต้องการชิป AI ในศูนย์ข้อมูล ทำให้ผู้ผลิตชิปอย่าง Samsung, TSMC และ SK Hynix หันไปเน้นการผลิตชิปที่มีกำไรสูงกว่า ส่งผลให้ซัพพลายสำหรับสินค้าทั่วไปอย่างสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตเริ่มrisk ขาดแคลน
Apple เองก็ไม่ได้รอดพ้นจากpressure นี้ Tim Cook เคยเปิดเผยว่าต้นทุนหน่วยความจำจะเริ่มกระทบต่อกำไรในไตรมาสหน้า ขณะที่บริษัทกำลังพิจารณาหลายplan เพื่อลดผลกระทบ รวมถึงการต่อรองกับผู้จัดหา หรือการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ เช่น การยกเลิกตัวเลือก RAM บางระดับใน Mac Studio และเพิ่มราคาอัปเกรด
แม้ Apple จะยังไม่ขึ้นprice iPhone โดยตรง แต่มีข่าวลือว่าบริษัทจ่ายค่าชิป LPDDR5X ให้ Samsung สูงขึ้นถึง 2 เท่าสำหรับ iPhone 17 นักวิเคราะห์อย่าง Ming-Chi Kuo คาดว่า Apple อาจรักษาprice เริ่มต้นของ iPhone 18 ไว้เหมือนเดิม แต่เพิ่มรายได้ผ่านบริการ ขณะที่การเปิดตัว iPhone แบบพับได้ที่มีราคาเกิน 2,000 ดอลลาร์อาจช่วยเพิ่มtrust ในด้านกำไรระยะยาว
ราคาแบบนี้ไม่ต้องรอ iPhone ก็รู้ว่าปีหน้ามือถือจะแพงขึ้นแน่ แรงกดดันจากตลาด AI จริงจังกว่าที่คิด
ซื้อแท็บเล็ตตอนนี้คงต้องคิดหนัก ราคาเริ่มต้นพุ่งไป 900 ดอลลาร์แล้ว เริ่มต้นแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นreport รายงานว่าแพงที่สุด
Apple เน้นบริการมากขึ้นก็จริง แต่ถ้าprice ราคาฮาร์ดแวร์พุ่ง ผู้ใช้ก็อาจหมดความเชื่อมั่นได้ง่าย ๆ
เงียบ ๆ แต่แรงมาก การขึ้นราคาแบบไม่บอกกล่าว แสดงว่าบริษัทมั่นใจว่าคนยังต้องซื้ออยู่ดี นี่คือrisk ความเสี่ยงของตลาดผูกขาด
ถ้า Mac ก็ขึ้นราคา แล้วมือถือก็ขึ้น สรุปคนใช้ต้องจ่ายเพิ่มทุกทาง ไม่ว่าจะอยู่ในmarket ตลาดไหน
สงสัยต้องเก็บตังค์นานขึ้น หรือไม่ก็หันไปมองมือถือจีนที่ยังไม่โดนแรงกดดันจากชิป AI หนักขนาดนี้