EU เห็นชอบขยายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน ตอบโต้การปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สหภาพยุโรปเห็นชอบร่วมกันในการขยายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลเตหะรานกลับมาบังคับใช้ข้อจำกัดต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก รัฐมนตรีต่างประเทศจากชาติสมาชิก EU ต่างให้การสนับสนุนpolicy นี้อย่างเป็นทางการในการประชุมที่ลักเซมเบิร์ก
กายา กัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า แม้ EU จะมีมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอยู่ก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการขยายขอบเขตเพื่อให้ครอบคลุมindividuals และองค์กรที่มีส่วนรับผิดชอบต่อการจำกัดเสรีภาพในการเดินเรือ โดยเน้นว่าfreedom ในการเดินเรือเป็นหลักการที่ไม่อาจต่อรองได้
กัลลาสแสดงความวิตกกังวลต่อท่าทีที่ไม่มั่นคงของอิหร่าน โดยระบุว่า การเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซตามความต้องการเป็นพฤติกรรมที่reckless และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เธอกล่าวเสริมว่า “การเดินทางผ่านช่องแคบต้องปราศจากค่าใช้จ่ายต่อไป” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามต่อการที่อิหร่านเรียกเก็บfee เพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลจาก Lloyd’s List Intelligence (LLI) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลทางทะเล ระบุว่ามีเรืออย่างน้อยสองลำที่จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเดือนมีนาคม แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ แต่ความไม่มั่นใจยังคงมีอยู่ ส่งผลให้shipping ทางทะเลผ่านเส้นทางนี้ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
การคว่ำบาตรครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องeconomy เศรษฐกิจแต่เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างชัดเจน
ค่าธรรมเนียมที่อิหร่านเรียกเก็บฟังดูเหมือนการกรรโชกมากกว่าบริการ
เคยคิดว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปลอดภัยหลังหยุดยิง แต่reality ความเป็นจริงกลับต่างออกไป
แล้วราคาพลังงานบ้านเราล่ะ จะขยับตามหรือเปล่า ถ้าshipping การขนส่งติดขัด
EU ทำถูกแล้วที่ไม่ยอมให้ใครมาควบคุมmaritime ทางทะเลอย่างชอบธรรม
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิหร่านใช้ช่องแคบเป็นleverage เครื่องมือต่อรองแต่ครั้งนี้โลกจับตาหนัก
ถ้าเส้นทางนี้ปิดบ่อย อาจทำให้ประเทศต่างๆ เร่งสร้างalternative เส้นทางทางเลือก