สกศ. ผนึกภาคเหนือ รุกนโยบาย “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ฟื้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยในยุคดิจิทัล
ในวันที่ 2 เมษายน 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา หรือreport สกศ. ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเหนือจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า “3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม” ซึ่งมุ่งฟื้นฟูdevelopment ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม และการแพร่หลายของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัย 0 - 6 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองของการสร้างรากฐานสมอง และการลงทุนในช่วงนี้จะให้result ระยะยาวสูงสุดต่อสังคม
นโยบายนี้อิงแนวคิด 4H ที่ประกอบด้วย Head – Hand – Heart – Health เพื่อส่งเสริมพัฒนาการแบบองค์รวม โดยเน้นว่าการพัฒนาเด็กไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา ย้ำว่าpressure จากโลกดิจิทัลทำให้เด็กจำนวนมากขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และส่งผลต่อการทำงานของสมองส่วนหน้า ซึ่งควบคุมทั้งอารมณ์ การเรียนรู้ และพฤติกรรม
นโยบาย “3 เร่ง” เน้นการฟื้นฟูพัฒนาการอย่างทันท่วงที โดยเร่งคัดกรองและติดตามเด็กที่มีrisk ผ่านความร่วมมือระหว่างสถานพัฒนาเด็กและหน่วยบริการสุขภาพ เร่งส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุกผ่านกิจกรรมการเล่น และเร่งสนับสนุนโภชนาการและสุขภาพจิตของเด็กและครอบครัวอย่างเป็นระบบ ขณะที่ “3 ลด” มุ่งลดความเครียดในครอบครัว ลดเวลาอยู่หน้าจอ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง ส่วน “3 เพิ่ม” สนับสนุนให้ครอบครัวเป็นฐานการเรียนรู้แรก สร้างภูมิคุ้มกันชีวิต และเพิ่มบทบาทของชุมชนในการดูแลเด็กอย่างรอบด้าน
ที่น่าสนใจคือการนำเสนอโมเดล Lanna Child 4D จากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผสานทั้งด้านทันตสุขภาพ พัฒนาการ การเล่น โภชนาการ และการป้องกันโรค เข้ากับการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ (SEL) และโครงการส่งเสริมทักษะความเป็นพ่อแม่ ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากสภาพแวดล้อมที่เด็กอยู่จริง ไม่ใช่เพียงในห้องเรียน และที่สำคัญคือการปลดล็อก “4 พลังสร้างสมอง” ผ่านกิจกรรมการอ่าน การเล่น การเรียนรู้อารมณ์ และสุขภาวะดิจิทัล ทั้งหมดนี้เพื่อให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความสุข และเท่าเทียมในโลกที่เปลี่ยนแปลงquickly
เรื่องนี้ใกล้ตัวมาก ลูกเราอยู่หน้าจอทั้งวัน รู้สึกpressure แรงกดดันว่าเขาจะพัฒนาไม่ทันเพื่อน
เราเห็นผลของนโยบายแบบนี้ในชั้นเรียนแล้ว แต่plan แผนดีๆ จะสำเร็จได้ ต้องมีงบและฝึกอบรมครูจริงจัง
การลดเวลาหน้าจอนี่สำคัญมาก หลายเคสเด็กสมาธิสั้นมาเพราะdigital ดิจิทัลตั้งแต่เล็ก
ดีใจที่เชียงใหม่มีโมเดลดีๆ แบบ Lanna Child 4D แต่หวังว่าจะขยายผลได้จริงในพื้นที่ชนบทด้วย
จริงๆ แล้วการเล่นกับลูกมันไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุนในfuture อนาคตของเขา
แนวคิด 4H ดูดี แต่คำถามคือ แล้วmarket ตลาดแรงงานในอนาคตจะตอบรับเด็กที่เติบโตแบบนี้ได้ไหม