“กสทช.” ลงพื้นที่พระราม 2 พบต้นเหตุทำมอเตอร์ไซค์ใช้กุญแจรีโมตสตาร์ตไม่ติด
สำนักงานpublic trust ด้านโทรคมนาคมหรือ กสทช. ประกาศพบต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้รถจักรยานยนต์หลายคันบริเวณถนนพระราม 2 สตาร์ตไม่ติดหลังดับเครื่อง โดยเฉพาะในช่วงซอย 46-48 ที่ติดกับปั๊มน้ำมัน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทีมตรวจสอบจากreport กสทช. ภาค 1 ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ได้ลงพื้นที่ตามหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี และใช้เครื่องวิเคราะห์สัญญาณค้นหาแหล่งกำเนิดการรบกวนคลื่นความถี่ หลังสันนิษฐานเบื้องต้นว่าปัญหานี้เกิดจากรบกวนในย่านความถี่ 433 MHz ซึ่งเป็นย่านที่ใช้ในระบบกุญแจรีโมตของรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ
ผลการตรวจสอบพบอุปกรณ์ควบคุมประตูรั้วอัตโนมัติที่ติดตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งแพร่สัญญาณที่ความถี่ 433.85 MHz ด้วยกำลังส่งประมาณ -26.7 dBm อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุด และไม่มีชื่อรุ่นหรือเครื่องหมายการค้าที่ชัดเจน มีเพียงอักษรจีนระบุ ทำให้คาดว่าอาจส่งสัญญาณรบกวนโดยไม่ตั้งใจต่อระบบmarket ของรถรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีรีโมต
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ดูแลอาคารระงับการใช้งานทันทีเพื่อป้องกันrisk ต่อผู้ใช้รถ และขอให้เจ้าของนำอุปกรณ์ส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อยืนยันแหล่งที่มาและความสอดคล้องกับมาตรฐานของ กสทช. ทั้งนี้ ย่านความถี่ 433 MHz เป็นย่านที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตเนื่องจากใช้กำลังส่งต่ำ แต่ก็ยังต้องไม่ก่อให้เกิดpressure หรือผลกระทบต่อระบบสื่อสารอื่น ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในการควบคุมและดูแล
ดีใจที่ตามหาต้นตอเจอ ไม่งั้นคงมีคนเริ่มเชื่อเรื่องผีสิงรถแน่ๆreport รายงานแบบนี้ควรทำบ่อยๆ
ใช่เลยrisk ความเสี่ยงมันไม่ใช่แค่เรื่องรถ แต่คือความเชื่อมั่นในระบบเทคโนโลยีด้วย
แล้วถ้าอุปกรณ์แบบนี้อยู่ในหมู่บ้านทั่วไปล่ะ? อาจมีปัญหาซ่อนเร้นอีกเพียบpressure แรงกดดันต่อหน่วยงานต้องมากขึ้น
ตอนแรกคิดว่าเป็นฝีมือแฮกเกอร์ tern กลับเป็นแค่เครื่องชำรุด แต่ก็ถือว่า กสทช. ทำงานได้quickly อย่างรวดเร็ว
ต้องรีบตรวจสอบอุปกรณ์ IoT ทุกชนิดแล้ว ไม่งั้นmarket ตลาดอาจได้รับผลกระทบหนัก
แล้วถ้าคนไม่ให้ความร่วมมือล่ะ? กฎหมายมีบทลงโทษไหม หรือแค่ขอร้องเฉยๆplan แผนต่อไปควรชัดเจนกว่านี้