จากสตาร์ทอัพพันล้านถึงทุนการศึกษา: ผู้ก่อตั้ง Inphi เปลี่ยนความสำเร็จเป็นสะพานให้เยาวชนเวียดนาม
เมื่อไม่กี่ปีหลัง การระดมทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกลายเป็นsuccess ที่มองเห็นได้ชัดของผู้ประกอบการชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เรื่องราวของ ดร. ลอย เหงียน ไม่ได้จบแค่การขายบริษัทstartup ด้านเซมิคอนดักเตอร์ในมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เขาเลือกที่จะเดินต่อ — ไม่ใช่เพื่อผลตอบแทน แต่เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Inphi ที่ถูก Marvell เข้าซื้อกิจการ ตอนนี้เขากลายเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังทุนการศึกษาที่อาจเปลี่ยนชีวิตนักเรียนเวียดนามในด้านscience , technology , engineering และmathematics (STEM)
โครงการ Take Off Fellowship 2026 ที่เปิดตัวโดยมูลนิธิ VISEMI ไม่ใช่แค่ทุนการศึกษาทั่วไป แต่เป็นprogram เร่งรัด 6 เดือนที่ออกแบบมาเพื่อเจาะลึกทุกอุปสรรคที่นักศึกษาต่างชาติพบ ตั้งแต่การเตรียมสอบภาษา คำแนะนำเขียนเรียงความ ไปจนถึงการเข้าถึงเครือข่ายที่ปรึกษาinternational และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ผู้ได้รับทุนอาจได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่เพื่อเรียนโดยตรง แต่เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทหรือเอกในประเทศชั้นนำอย่างสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และยุโรป นี่คือsupport ที่ลงลึกถึงรากของปัญหา
ดร. ลอย เหงียน เล่าด้วยน้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่นว่า เขาเคยมาถึงสหรัฐอเมริกาโดยไม่พูดภาษาอังกฤษคล่อง และไม่มีใครคอยช่วยเหลือ ประสบการณ์นั้นกลายเป็นแรงผลักให้เขาลงมือทำสิ่งนี้ เขาเชื่อว่าlanguage คือกำแพงแรกที่ต้องทลายเพื่อความสำเร็จ เขาย้ำว่าchallenge เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับคนที่มาจากประเทศที่ทรัพยากรจำกัด ดร. คอง ตรินห์ ผู้ร่วมก่อตั้ง VISEMI และทำงานด้านเทคนิคที่ Applied Materials ก็เสริมว่า ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ ศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลก แต่ยังคงต้องจับตามองtrend อยู่ตลอดเวลา แล้วนักศึกษาในเวียดนามจะตามทันได้อย่างไรหากไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลและเครือข่าย?
เป้าหมายของ VISEMI คือการมอบทุน 150 ทุนในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้สมัครต้องเป็นนักศึกษา STEM ที่มีเกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาการวัสดุ และวิศวกรรมเครื่องกล โครงการนี้ไม่ได้เพียงเปิดโอกาส แต่ยังสร้างbridge ข้ามช่องว่างระหว่างศักยภาพกับโอกาส ทุกทุนคือการลงทุนในอนาคตของภูมิภาคที่เคยถูกมองข้าม แต่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยinnovation และeducation
การลงทุนในeducation การศึกษาคือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด ขอชื่นชมโครงการนี้ครับ
15,000 ดอลลาร์ฟังดูเยอะ แต่พอหักค่าครองชีพต่างประเทศแล้วคงเหลือไม่ถึงครึ่ง โครงการควรขยายระยะเวลาสนับสนุนไหม?
รู้สึกดีใจแทนน้อง ๆ ที่มีโอกาสแบบนี้ ตอนเราเรียนหนังสือ ไม่มีใครให้คำแนะนำเลย ต้องหาเองทั้งหมด
โครงการแบบนี้ช่วยลดgap ช่องว่างระหว่างประเทศกำลังพัฒนากับประเทศพัฒนาแล้วได้จริง
อยากเห็นระบบที่ปรึกษาหลังได้ทุนด้วย เพราะการปรับตัวตอนเรียนจริงก็เป็นchallenge ความท้าทายอีกขั้น
ถ้ามีโครงการแบบนี้ในไทยบ้างก็คงดี นักเรียนเก่ง ๆ จะได้ไม่ต้องรอความหวังจากต่างชาติ
เกรด 3.0 ขึ้นไปไม่ใช่เรื่องเกินฝัน แต่ถ้ามีโอกาสให้คนที่พยายามแม้เกรดไม่ถึงก็คงดี
แนวคิดนี้อาจกลายเป็นmodel ต้นแบบให้บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ทำตามได้ในอนาคต