ส่องนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่ 2569” หนุนรถอีวี ถอดบทเรียน “รถคันแรก”
รัฐบาลไทยกำลังเตรียมเดินหน้ามาตรการใหม่ที่เรียกความสนใจจากประชาชนและนักลงทุน ภายใต้ชื่อnew "รถเก่าแลกรถใหม่ 2569" เพื่อผลักดันการใช้electric vehicle และสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาเช่นในโครงการ "รถคันแรก" ที่กลายเป็นบทเรียนราคาแพงในอดีต
เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยกำหนดให้ประชาชนที่มีรถเก่าอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถนำไปทำลายตามมาตรฐาน และรับสิทธิ์เป็นvoucher หรือส่วนลดภาษีเพื่อซื้อรถใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อกระตุ้นทั้งความต้องการและฐานการผลิตภายในประเทศ
มาตรการนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายสนับสนุนการเงิน เช่น การปล่อยlow-interest loan มูลค่า 5,000 ล้านบาทผ่านธนาคารออมสิน เพื่อช่วยลดcost ให้ประชาชนเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐก็เพิ่มpressure ต่อผู้ผลิตรถยนต์ให้ผลิตรถในไทยในอัตราส่วนสูงขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุตสาหกรรม
เมื่อเทียบกับมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ที่ผ่านมา นโยบายใหม่นี้แสดงถึงทิศทางที่ชัดเจนขึ้นในการสร้างmarket ที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ดึงdemand ล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องhousehold debt ที่ต้องไม่ให้ซ้ำรอยเดิม และการรับรองว่าpublic trust ของประชาชนในระบบจะไม่ถูกทำลาย หากเกิดการผิดเงื่อนไขหรือการจัดเก็บภาษีคืนในอนาคต
นโยบายดูดี แต่กลัวว่าคนที่ไม่มีfinancial readiness ความพร้อมทางการเงินจะถูกชักจูงให้ซื้อรถ แล้วกลายเป็นหนี้อีก
จุดแข็งคือเน้นรถที่ผลิตในไทย ช่วยให้local industry อุตสาหกรรมท้องถิ่นเติบโต ไม่ใช่แค่รัฐเสียภาษีไปเปล่าๆ
ควรเพิ่มมาตรการตรวจสอบหลังขายด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดillegal trade การขายดาวน์ผิดกฎหมายอีก
เปลี่ยนจากประชานิยมมาเป็นสิ่งแวดล้อมได้เนียนดีนะ แต่risk ความเสี่ยงยังอยู่เหมือนเดิม
จริงๆ แล้วการลดฝุ่นควรถูกมองเป็นlong-term benefit ผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าแค่กระตุ้นเศรษฐกิจ
กลุ่มauto parts ชิ้นส่วนยานยนต์แบบ SAT กับ AH น่าจับตา ได้ประโยชน์ชัดเจนจากแผนนี้