“ศุภจี” เผยไทยส่งคำแก้ต่างสหรัฐฯ ใต้ ม.301 ทันกำหนดเส้นตาย เตรียมบินเจรจา USTR ต้น พ.ค.69
รัฐบาลไทยส่งคำชี้แจงไปยังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ตามdeadline วันที่ 15 เมษายน 2569 แล้ว หลังถูกกล่าวหาภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ในสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ การมีกำลังการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมยานยนต์ ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ ซึ่งไทยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และเตรียมพร้อมเดินทางไปเจรจาโดยตรงที่สหรัฐฯ ต้นเดือนพฤษภาคมนี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คำชี้แจงของไทยเน้นย้ำว่า ทั้งสามอุตสาหกรรมไม่ได้มีการผลิตเกินความต้องการ และมีนโยบายส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศหรือlocal content มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจไทยโดยตรง ขณะที่ข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการใช้ไทยเป็นทางผ่านสินค้าจากประเทศอื่นเพื่อเลี่ยงภาษี ทางไทยก็ชี้แจงว่าไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหานี้
ในประเด็นแรงงานภาคบังคับ ไทยยืนยันว่าไม่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีปัญหาด้านนี้ และมีpublic trust ในระบบตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม นางศุภจียอมรับว่า แม้จะมั่นใจในข้อมูลที่ส่งไป แต่ผลการพิจารณาของ USTR ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามผ่านการเจรจาตัวต่อตัวหรือการประชุมทางวิดีโอในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
ตามแผนของสหรัฐฯ USTR จะใช้เวลาไม่เกิน 7 วันในการประกาศผลหลังรับฟังคำชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 หรือก่อนมาตรการภาษีภายใต้มาตรา 122 จะสิ้นสุดลง การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งimpact ต่อmarket ส่งออกของไทย และเพิ่มpressure ต่อภาคอุตสาหกรรม หากถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงขึ้น
ถ้าโดนเก็บภาษีเพิ่ม ราคาmarket ตลาดสินค้าไทยในสหรัฐฯ คงพุ่งแน่ ผู้บริโภคก็คงเดือดร้อน
แล้วทำไมสหรัฐฯ ถึงเลือกไทยด้วยล่ะ ขนาดประเทศใหญ่ๆ เขายังไม่จับ สงสัยเราเป็นเป้าหมายง่ายpressure แรงกดดัน
รัฐอ้างว่าไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน แต่ในความเป็นจริง บางโรงงานก็เดินเครื่องเกินความต้องการตลาดนะ ความจริงreport รายงานควรโปร่งใสมากกว่านี้
ประเด็นแรงงานภาคบังคับต้องระวังมาก เพราะชื่อเสียงประเทศtrust ความเชื่อมั่นพังครั้งเดียว อาจเสียตลาดไปนาน
การเจรจาปลายเดือนนี้จะเป็นกุญแจสำคัญ หวังว่าทีมไทยจะเตรียมข้อมูลquickly อย่างรวดเร็วและรัดกุมพอ
มาตรา 301 นี่เหมือนดาบสอง ใช้ได้ผลแต่ก็เสี่ยงทำให้trade relationship ความสัมพันธ์ทางการค้าตึงเครียด