‘ล้งกลาง’ หรือ ‘ล้งชุมชน’? คำพูดเดียวที่ทำให้ศุภจีถูกจับผิดในรัฐสภา
ในห้องประชุมรัฐสภาที่เต็มไปด้วยpressure ทางการเมือง คำพูดเพียงวลีเดียวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลับกลายเป็นประเด็นร้อนที่ตามหลอกหลอนเธอไปทั้งคืน นั่นคือคำว่า "ล้งกลาง" ที่รัฐมนตรีศุภจีเคยประกาศไว้ชัดเจนในการแถลงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนมะพร้าว แต่กลับปฏิเสธในภายหลังว่าไม่ได้หมายถึง "ล้งกลาง" แต่เป็นเพียง "ล้งชุมชน" ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องศัพท์ แต่สะท้อนrisk ด้านความน่าเชื่อถือของนโยบายที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มข้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ประเด็นสำคัญในการอภิปราย โดยตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของคำชี้แจงรัฐมนตรีแต่ละคน โดยเฉพาะรัฐมนตรีพลังงานที่กล่าวว่า "ไม่กลัวนายทุน" แต่กลับไม่เปิดเผยกลไกการเจรจาต่อสัญญาซื้อไฟและก๊าซ LNG ซึ่งมีผลโดยตรงต่อprice ที่ประชาชนต้องจ่าย ขณะที่รัฐมนตรีเกษตรฯ และศึกษาฯ ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างชาติในกรณีการซื้อเครื่องบิน และการลงนาม MOU ที่อาจขัดกฎหมาย PDPA
แต่จุดสนใจกลับถูกดึงไปที่รัฐมนตรีศุภจี เมื่อข้อมูลจากสื่อหลายสำนักยืนยันว่า เธอเคยพูดถึงplan จัดตั้ง "ล้งกลาง" เพื่อต่อกรกับกลุ่มล้งเอกชนกว่า 200 แห่งที่งดการรับซื้อมะพร้าว ทว่ากลับเปลี่ยนคำเป็น "ล้งชุมชน" โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนถึงความแตกต่าง ทั้งที่ล้งชุมชนนั้นมีลักษณะเป็นหน่วยย่อยที่ไม่สามารถแข่งขันกับเครือข่ายใหญ่ได้ ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาถึงtrust ที่ประชาชนควรมีต่อแนวทางแก้ปัญหาที่ประกาศออกไป
นายเดชรัต สุขกำเนิด จากพรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้ารัฐมุ่งเน้นที่ "ล้งชุมชน" ตั้งแต่ต้น ควรจะมีความคืบหน้าชัดเจนในเวลาเพียงเดือนเดียว เพราะการจัดตั้งล้งชุมชนทำได้เร็วและง่ายกว่าล้งกลางมาก แต่สิ่งที่เห็นคือ ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องขนาด งบประมาณ หรือการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐมนตรีเพียงบอกว่า "กำลังหารือกับสมาคมมะพร้าวน้ำหอม" เท่านั้น ขณะที่มะพร้าว 2 ล้านผลต่อวันยังคงถูกขายในmarket ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน ทำให้คำถามสำคัญคือ นโยบายคือการแก้ปัญหา หรือแค่การตอบโต้ภายใต้public ?
ราคาหน้าสวนตอนนี้เหลือ 3 บาท แต่พอบอกว่า 7-10 บาท ก็เลยรู้สึกว่าreport รายงานนี้ไม่สะท้อนชีวิตจริงของเกษตรกรเลย
คำว่า "ล้งกลาง" หรือ "ล้งชุมชน" มันไม่ใช่เรื่องเล็กนะ นี่คือการเปลี่ยนplan แผนนโยบายโดยไม่แจ้งเหตุผล แล้วใครจะรับผิดชอบผลลัพธ์?
ดิจิทัล ฟุตปริ๊นท์มันเก็บทุกอย่างไว้ได้หมด แก้ตัวยังไงก็ไม่รอดnew คำพูดใหม่ก็ไม่ช่วยลบคำพูดเก่าได้หรอก
เขาไม่ได้กลัวการตรวจสอบ แต่กลัวการสูญเสียpower อำนาจที่สร้างจากภาพลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ
ฟังแล้วเหนื่อยใจแทนชาวสวน ทำงานหนัก แต่cost ต้นทุนไม่เคยได้รับความเป็นธรรมจากโครงสร้างที่ไม่โปร่งใส
แล้วใครจะตรวจสอบว่าdecision การตัดสินใจเปลี่ยนจาก "ล้งกลาง" เป็น "ล้งชุมชน" เกิดจากข้อมูลใหม่ หรือแรงกดดันทางการเมือง?