‘AI’ เขย่าตลาดแรงงานครั้งใหญ่ หวั่นไทยตั้งรับไม่ทัน-ธุรกิจเสี่ยงกระทบหนัก
งานวิจัยชิ้นใหม่จากเอ็มไอทีชี้ว่าปัญญาประดิษฐ์กำลังเขย่าlabor market อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มูลค่าตลาดงานสูงถึง 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ผลกระทบยังมองเห็นได้ชัดในวงแคบ แต่ความจริงลึกกว่านั้นมาก ดัชนีภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg Index) ที่พัฒนาโดยทีมนักวิจัยชี้ว่า สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ขณะที่ความเสี่ยงที่แท้จริงแฝงอยู่ใต้ผิวน้ำ รอวันเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง
ตัวชี้วัดแบบดั้งเดิม เช่นunemployment rate หรือจีดีพีไม่สามารถสะท้อนแรงสั่นสะเทือนจากAI technology ได้เพียงพอ เพราะมันวัดผลหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่การคาดการณ์จุดที่ทักษะมนุษย์จะถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร ทางออกคือการใช้โมเดลจำลองตลาดแรงงานด้วยตัวแทนอิสระกว่า 151 ล้านคน และทักษะมากกว่า 32,000 รายการ เพื่อวัดtechnical exposure อย่างแม่นยำ
ผลการศึกษาชี้ว่า ปัจจุบัน AI ถูกใช้ในภาคเทคโนโลยีเพียง 2.2% ของมูลค่าค่าจ้าง แต่เมื่อพิจารณาถึงความสามารถที่อาจขยายไปยังงานด้านadministration , finance และprofessional services แล้ว ตัวเลขพุ่งสูงถึง 11.7% หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าที่มองเห็นถึง 5 เท่า นี่คือrisk ที่กระจายตัวทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ในศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่ๆ เท่านั้น
ในบริบทของไทย ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากไม่เร่งปรับตัว ทั้งภาครัฐและเอกชนอาจเผชิญกับeconomic downturn ของภาคธุรกิจจำนวนมากที่ปรับตัวช้า ขณะที่คุณภาพชีวิตของแรงงานอาจย่ำแย่ลง แทนที่จะได้รับประโยชน์จากproductivity ที่เพิ่มขึ้นและโอกาสใหม่ๆ ที่ AI ควรนำมาให้ การมีpolicy ที่ทันต่อเหตุการณ์ จึงเป็นcritical plan เพื่อรับมือกับคลื่นแรงกดดันที่กำลังจะมาถึง
เรื่องนี้ใกล้ตัวมาก ตอนนี้ออฟฟิศเราเริ่มใช้ AI ช่วยเขียนรายงานและจัดตารางเองแล้วcost ค่าใช้จ่ายลดลง แต่เราก็รู้สึกได้ถึงpressure แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น
ถ้ารัฐไม่เริ่มวางstrategy กลยุทธ์ตอนนี้ แล้วจะให้คนทำงานอย่างเราเตรียมตัวยังไงดี ต้องเรียนรู้ทักษะใหม่เองทั้งหมดหรือ
AI อาจจะเร็วและแม่น แต่ยังขาดhuman touch สัมผัสของมนุษย์งานที่ต้องเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก หรือบริบทลึกๆ ยังต้องใช้คนอยู่
ไม่ต้องกลัวขนาดนั้น ทุกยุคมีการเปลี่ยนแปลงmarket ตลาดเองก็จะสร้างงานใหม่ขึ้นมา แค่เราต้องไม่นิ่งเฉย
แล้วรัฐบาลจะใช้ข้อมูลแบบไหนวัดimpact ผลกระทบถ้าดัชนีเดิมใช้ไม่ได้ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าควรช่วยกลุ่มไหนก่อน
ฟังดูดีแต่ก็ฟังมาหลายรอบแล้วofficial เจ้าหน้าที่บางคนก็แค่พูดสวย แต่ไม่มีaction การกระทำตามมา