‘กสิกร’ ชี้ราคาปุ๋ยยูเรียโลกพุ่งกดผลผลิตข้าวนาปีลดกว่า 21%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยreport ว่าราคาปุ๋ยยูเรียในglobal market พุ่งสูงขึ้นถึง 750 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 43 เดือน โดยปัจจัยหลักมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอันเกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นทางผ่านสำคัญของสินค้าเกษตรและพลังงานทั่วโลก

การหยุดชะงักนี้ส่งผลให้risk ด้านการขาดแคลนปุ๋ยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตะวันออกกลางผลิตปุ๋ยยูเรียเกือบ 1 ใน 3 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งถึง 26% ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกได้รับimpact โดยตรง และยิ่งส่งpressure ให้ราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยยูเรียทั้งหมด สถานการณ์นี้ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการเพาะปลูกrice ที่เกษตรกรต้องใช้ปุ๋ยจำนวนมาก ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้นจากprice ปุ๋ยที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวนาปีจะdecline กว่า 21% ส่งผลให้income ของเกษตรกรอาจหดตัวถึง 19% แม้ราคาข้าวจะปรับตัวสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยราว 2% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงpublic trust ในระบบอาหารโลกที่เริ่มสั่นคลอนจากความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์

ปฏิกิริยา 6

  • นาคิน

    เกษตรกรไทยไม่ควรพึ่งพาการนำเข้าทั้งหมดแบบนี้ ต้องมีplan ผลิตปุ๋ยเองหรือใช้ทางเลือกอื่นเร็วที่สุด

  • ข้าวหอม

    ราคาข้าวขึ้นแค่ 2% แต่ผลผลิตลด 21% นี่คือความเสียหายจริงๆ ไม่ใช่แค่concern

  • ดินดี

    ช่องแคบฮอร์มุซปิดแค่ชั่วคราว แต่ผลกระทบต่อsupply chain ทั่วโลกหนักขนาดนี้ แสดงว่าโลกยังเปราะบางมาก

  • อี๊ดจันท์

    แล้วรัฐบาลทำอะไรอยู่ ตอนนี้ควรเร่งช่วยเหลือด้วยsupport ด้านต้นทุนก่อนที่เกษตรกรจะล้มละลาย

  • ปุ๋ยไม่พอ

    เคยคิดว่าสงครามไกลตัว แต่นี่มันมาถึงแปลงนาเราแล้ว ราคาปุ๋ยแพงจนdecision ปลูกข้าวกลายเป็นเรื่องหนักใจ

  • ฟ้าใส

    นี่แหละคือตัวอย่างชัดๆ ว่าความขัดแย้งในอีกซีกโลกหนึ่ง สามารถทำให้local cost พุ่งได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]