หุ้นไทย ปิดลบ 7.28 จุด แรงขายกลุ่ม ICT-แบงก์กดดัน จับตาความผันผวนการเจรจาสันติภาพ
ตลาดหุ้นไทยปิดลบในวันที่ 17 เมษายน ที่ระดับ 1,482.45 จุด ลดลง 7.28 จุด หรือ 0.49% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 56,999 ล้านบาท หลังจากดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,500 จุด ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรและrisk reduction โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิถึง 4,112 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนmarket sentiment ที่ยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มในระยะสั้น
แรงกดดันหลักมาจากการเทขายหุ้นกลุ่ม ICT และกลุ่มธนาคาร ซึ่งส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ADVANC และ TRUE ถูกขายออกอย่างหนัก ขณะที่หุ้นธนาคารอย่าง KBANK และ SCB ก็ไม่รอดพ้นแรงขาย แม้ TISCO จะรายงานearnings report ไตรมาสแรกที่ดี แต่ความกังวลต่อการตั้งสำรองที่อาจเพิ่มขึ้นในสถาบันการเงินอื่นๆ ยังคงสร้างpressure ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ปัจจัยภายนอกก็ยังมีอิทธิพลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากระยะเวลาการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งกำลังจะครบกำหนดในช่วงต้นสัปดาห์หน้า หากการพูดคุ้นล้มเหลว อาจส่งผลให้market volatility เพิ่มขึ้นอีก ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศก็เริ่มขายสุทธิเช่นกัน สะท้อนถึงการปรับstrategy เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สำหรับสัปดาห์หน้า คาดว่าดัชนียังคงผันผวน โดยเฉพาะเมื่อหุ้นแบงก์ใหญ่หลายตัวจะเริ่มขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งมักตามมาด้วยการปรับตัวลงของราคาหุ้น ผู้เชี่ยวชาญให้แนวต้านที่ 1,500 จุด และแนวรับที่ 1,470 จุด พร้อมเตือนให้ติดตามทั้งofficial report จากบริษัทจดทะเบียน และพัฒนาการของข่าวต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีimpact โดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของprice และinvestor confidence
พอร์ตผมเริ่มแดงแล้ว หุ้นแบงก์ที่ถือไว้โดนแรงขายหนักมาก แม้ผลประกอบการจะดี แต่ตั้งสำรองยังน่ากลัว
ตลาดแค่พักตัว ไม่ใช่พัง ผมยังถือ ADVANC ต่อ เพราะมองว่าlong-term plan แผนระยะยาวยังแข็งแรง
ต่างชาติขายสุทธิทุกวัน นี่ไม่ใช่แค่การปรับพอร์ต แต่คือการหนีrisk ความเสี่ยงจริงๆ
น่าแปลกที่แม้ GULF จะโดนขาย แต่ PTTEP กลับปรับตัวขึ้น แสดงว่านักลงทุนเริ่มย้ายไปหาsafe asset สินทรัพย์ปลอดภัยแล้ว
การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านสำคัญกว่าที่คิด แค่ข่าวลือก็ทำให้market movement การเคลื่อนไหวของตลาดผันผวนได้
ขอให้ภาครัฐออกมาตรการด่วน ไม่งั้นpublic trust ความเชื่อมั่นของประชาชนจะหายไปเร็วๆ นี้