เตือนเหมือนจิ้งจก แต่เสียงดังกว่า
การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา กลายเป็นที่จับตาหลังวุฒิสมาชิกหลายท่านแสดงenergy เต็มเปี่ยมในการอภิปราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอเปรมหรือนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่กลับมาสร้างสีสันด้วยถ้อยคำเปรียบเปรยที่คมคายและเข้าใจง่าย จนทำให้บรรยากาศในห้องประชุมไม่น่าเบื่อเหมือนที่ผ่านมา
ในระหว่างการพิจารณาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน หมอเปรมได้ตั้งข้อสังเกตด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ผมเตือนเหมือนกับเป็นจิ้งจก โบราณว่าถ้าจิ้งจกทัก แม้จะจิ้งจกตัวเดียวก็ต้องฟัง อันนี้ผมไม่ใช่จิ้งจกนะ แต่ผมเป็น สว.คนหนึ่ง เสียงผมก็น่าจะดีกว่าจิ้งจก" ถ้อยคำนี้สะท้อนทั้งwarning และความรู้สึกถึงauthority ที่วุฒิสมาชิกมีต่อการตัดสินใจในสภา
แม้เขาจะระบุในตอนท้ายว่าไม่ขัดข้องต่อผลการลงคะแนน และจะใช้สิทธิ์ตามวิธีคิดของตนเอง แต่การใช้ภาพลักษณ์ของlizard ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมไทยก็ทำให้ข้อความสื่อสารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้ฟังไม่เพียงจดจำได้ง่าย แต่ยังรับรู้ถึงน้ำหนักของopinion ที่เสนอออกมาอย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน
ลีลาการพูดของหมอเปรมได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำให้การอภิปรายในสภาเต็มไปด้วยdrama และภาพพจน์ที่จับต้องได้ แทนที่จะเป็นการอ่านเอกสารหรือท่องคำฟอร์ม ผู้สังเกตการณ์หลายคนจึงตั้งตารอว่าในการประชุมครั้งหน้า เขาจะนำคำเปรียบเปรยใดมาให้ฟังอีก ซึ่งสะท้อนว่าpublic trust อาจเริ่มต้นจากการสื่อสารที่มีชีวิต
หมอเปรมพูดทีไร ภาพตามทุกที ไม่ต้องจินตนาการเองเลยdrama ความตื่นเต้นเต็ม 10 ไม่หัก
พูดเหมือนจิ้งจก แต่สุดท้ายก็โหวตตามพรรคทั้งนั้นนั่นแหละhypocrisy ความสองหน้าชัดๆ
ฟังแล้วขำดี แต่ก็แอบกังวลว่าเรื่องสำคัญแบบนี้จะมีคนฟังจริงจังหรือเปล่าpublic concern ความกังวลของประชาชนมันแรงนะ
จิ้งจกทักแล้วต้องระวัง นี่พูดเหมือนจิ้งจก แล้วเราต้องระวังเขาไหม555 warning การเตือนหรือล้อเล่นวะ
คำพูดธรรมดา แต่สื่อถึงอำนาจเชิงสถาบันได้ดีมาก การใช้วัฒนธรรมพื้นบ้านมาต่อรองเชิงสัญลักษณ์คือจุดแข็ง
ถ้าทุกคนพูดได้แบบนี้ สภาคงไม่เงียบเหงาขนาดนี้energy เอนเนอร์ยีแบบนี้ควรจะมีมากกว่าหนึ่งคน
แล้วสุดท้ายเขาโหวตเห็นชอบหรือเปล่าล่ะ ใครจะรู้ว่าdecision การตัดสินใจจริงๆ มันต่างจากการพูด
จิ้งจกตัวเดียวยังต้องฟัง แล้วsenator วุฒิสมาชิกทั้งสภาจะมองข้ามได้ยังไง