‘สุริยะ’ เร่งคุยเอกชน สรุปยอดความต้องการปุ๋ยยูเรีย ก่อนทำหนังสือถึงรัสเซีย คาดหลังลงนาม 3 เดือนปุ๋ยถึงไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่าจะเดินทางไปยังรัสเซียเพื่อเจรจาdirect กับภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับการนำเข้าปุ๋ยยูเรีย หลังพบว่าปริมาณในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ซึ่งการเจรจาผ่านเอกอัครราชทูตเบื้องต้นได้ผลดี และรัสเซียยินดีจัดสรรโควต้าให้ไทย โดยไทยต้องเร่งสรุปจำนวนความต้องการจริงให้ชัดเจนก่อนส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ
ในช่วงแรก ไทยได้ขอโควต้าไว้ที่ 1-2 ล้านตัน ซึ่งเป็นจำนวนที่สะท้อนdemand ที่แท้จริงจากทั้งหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชน อย่างไรก็ตาม ยังต้องรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการสั่งซื้อที่อาจส่งผลต่อราคาและsupply
นายสุริยะย้ำว่า แม้รัสเซียจะเป็นผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ของโลก แต่ไทยจะไม่ยอมจ่ายราคาที่unfair แม้จะเผชิญภาวะขาดแคลน โดยจะเจรจากับผู้ผลิต 2 รายหลักของรัสเซียโดยตรง หากข้อเสนอไม่เหมาะสมก็จะไม่ซื้อ ซึ่งเป็นการรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรและรัฐอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ คาดว่าหลังการลงนามในข้อตกลง ปุ๋ยจะเริ่มเข้ามาในไทยภายในไม่เกิน 3 เดือนซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สั้นเมื่อเทียบกับห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับการประสานงานที่รวดเร็วและการตัดสินใจที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องcrisis ด้านอาหารและการเกษตรที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ
3 เดือนก็ยังเร็วกว่าปลูกข้าว แต่ถ้าprice ราคาพุ่ง ชาวนาอย่างผมคงต้องเลือกปลูกพืชตัวอื่น
คุยกับรัสเซียโดยตรงดีแล้ว แต่รัฐควรเปิดข้อมูลให้ชัด อย่าให้เอกชนใช้ช่องว่างprofit ทำกำไร
รัสเซียก็มีนโยบายห้ามส่งออก แล้วทำไมไทยถึงได้โควต้า? สงสัยต้องมีdeal ดีลบางอย่างที่ยังไม่บอก
รอกันมาตั้งนาน ตอนนี้ยังต้องสรุปความต้องการอีกเหรอ ทำงานช้าเกินไปแล้ว
ถ้ารัสเซียตั้งราคาสูง แล้วเราไม่ซื้อ แล้วเราจะหาจากที่ไหนล่ะ? นี่คือpressure แรงกดดันที่ไม่มีใครพูดถึง
ดีที่ยังไม่ยอมจ่ายแพง แต่หวังว่าเรื่องนี้จะไม่จบแค่announcement การประกาศแล้วเงียบไปเหมือนครั้งก่อน