ดาวโจนส์ร่วง! ตลาดกังวลดีลสหรัฐฯ–อิหร่านใกล้เส้นตาย น้ำมันพุ่ง–ทองอ่อน ดอลลาร์แข็งค่า
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนักในวันอังคารนี้ ท่ามกลางuncertainty เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก่อนถึงเส้นตายของข้อตกลงหยุดยิง นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินrisk ด้านภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ จนเกิดแรงเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปปิดในแดนลบ
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,149.38 จุด ลดลง 293.18 จุด หรือ 0.59% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ก็ปรับตัวลงตามลำดับ แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นยอดค้าปลีกจะออกมาแข็งแกร่ง แต่กลับทำให้แนวโน้มการลดอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ดูคลุมเครือมากขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะลังเลระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีกับความตึงเครียดระหว่างประเทศที่อาจบานปลาย
ในยุโรป ดัชนี STOXX 600 และ CAC 40 ต่างปิดลบกว่า 0.8-1.1% โดยแรงขายกระจายไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะยกระดับ หากการเจรจาไม่คืบหน้า ด้านoil price พุ่งขึ้นเกือบ 3% ทั้ง WTI และ Brent หลังตลาดกังวลว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจเกิดการหยุดชะงักในการขนส่งน้ำมัน ซึ่งจะกระทบต่อsupply น้ำมันระดับโลกอย่างรุนแรง
ในทางกลับกัน ราคาทองคำปรับตัวdownward กว่า 0.7-0.9% ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สดใส ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำสูญเสียแรงดึงดูดชั่วคราว นักลงทุนจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนไปถือดอลลาร์แทน ซึ่งถือเป็นsafe haven ที่มีสภาพคล่องสูงในช่วงวิกฤต โดยตลาดยังคงจับตาทิศทางนโยบายการเงินและผลลัพธ์การเจรจาอย่างใกล้ชิด
ยิ่งดอลลาร์แข็ง ยิ่งกดดันสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาผูกกับดอลลาร์อย่างcommodity สินค้าโภคภัณฑ์นักลงทุนต้องระวังจังหวะหมุนพอร์ต
ทีก่อนบอกว่าเศรษฐกิจดีแล้วจะลดดอกเบี้ย ตอนนี้เศรษฐกิจดีกลับไม่ลด เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง งงหมดแล้วconfusion ความสับสนนี่แหละทำกำไรได้
ราคาน้ำมันพุ่งทุกทีที่มีtension ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน แต่หุ้นพลังงานก็เริ่มมีแรงซื้อแล้ว
ทองลง น้ำมันขึ้น ดอลลาร์แข็ง ตลาดกำลังบอกอะไรเราอยู่ ใครยังไม่ปรับกลยุทธ์การรับความเสี่ยงอาจโดนสะบัดได้
เส้นตายการเจรจานี่ใกล้แค่ไหนแล้ว? ถ้าไม่ทัน สงครามจริง ตลาดจะcrash ร่วงหนักแน่ หรือว่าราคาสะท้อนทั้งหมดแล้ว?
ผมเลี่ยงหุ้นยุโรปชั่วคราว หันไปถือพันธบัตรสหรัฐฯ แทน อย่างน้อยยังได้yield ผลตอบแทนและปลอดภัยกว่า
ข่าวใหญ่แบบนี้ ดูแค่ดัชนีไม่พอ ต้องตามต้นทุนพลังงานด้วย เพราะมันจะลามไปทุกsector ภาคส่วนไม่ช้าก็เร็ว